
ส.ป.ก.กาญจนบุรีปักป้ายทวงคืนที่ดินผนวกเพิ่มของแม่เจ้าสัวอนันต์
กาญจนบุรี-ส.ป.ก.กาญจน์ปักป้ายทวงคืนที่ดิน13 แปลง เตรียมผนวกเพิ่ม 2 แปลง แม่เจ้าสัวอนันต์ และสมาคมชื่อดัง รวมกว่า 2 พันไร่ พร้อมจัดผังแบ่งแปลงวัดป่าหลวงตาบัวฯ แปลงแรก
กาญจนบุรี-ส.ป.ก.กาญจน์ปักป้ายทวงคืนที่ดิน13 แปลง เตรียมผนวกเพิ่ม 2 แปลง แม่เจ้าสัวอนันต์ และสมาคมชื่อดัง รวมกว่า 2 พันไร่ พร้อมจัดผังแบ่งแปลงวัดป่าหลวงตาบัวฯ แปลงแรก
เมื่อวันที่15ก.ค.59เวลา10.00น. นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)กาญจนบุรี นำประกาศสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ 1/2559 ยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่มีผู้ครอบครองเกิน 500 ไร่ ไปติดประกาศไว้ที่ ซุ้มหัวเสือ ประตูทางเข้าวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่เป้าหมาย 13 แปลง รวมเนื้อที่ 13,663 ไร่ ในพื้นที่ 5 อำเภอ จากทั้งหมด 13 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ไทรโยค อ.เลาขวัญ อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย และอำเภอเมือง ซึ่งวัดป่าหลวงตาบัวฯ ได้บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เป็นจำนวน 931-0-83 ไร่ และสป.ก.ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.ไทรโยค ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบพบที่ดินที่ถูกบุกรุกเพิ่มเติมอีก 2 แปลง คือ แปลงที่ น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ อายุ 92 ปี แม่ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เศรษฐีระดับแสนล้าน นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระดับประเทศ บุกรุก จำนวน 1,263 ไร่ และได้นำมาคืนให้กับ ส.ป.ก. ซึ่งอยู่ติดกับถนนสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค ห่างจากวัดป่าหลวงตาบัวฯ ไปประมาณ 2 กม.
อีกแปลงซึ่งมีพื้นที่ติดกันเป็นของสมาคมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งบุกรุก จำนวน 900 ไร่ และคาดว่าเป็นที่ดินในส่วนที่ แม่ของนายอนันต์ ระบุว่าถูก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาหลอกขายที่โกงกลับไป และได้นำไปรวมกับที่ดินของชาวบ้านรายหนึ่ง เพื่อร่วมกันขายที่ดินแปลงใหญ่แปลงนี้ให้กับวัดป่าหลวงตาบัวฯ โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงเมื่อปี 2552 ซึ่งปรากฏตราของสมาคมประทับไว้ในเอกสารดังกล่าวย่างชัดเจนด้วย ซึ่งทาง ส.ป.ก.จะได้ผนวก 2 แปลงดังกล่าวเข้าไปรวมกับคำสั่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 ประกาศดังกล่าวด้วยเป็น 15 แปลง เพื่อดำเนินการยึดคืนพร้อมกับนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ต่อไป
ทั้งนี้จะนำที่ดินแปลงที่วัดป่าหลวงตาบัวฯ ทำการบุกรุก จำนวน 931 ไร่ มาผนวกกับที่ดิน ส.ป.ก.ที่อนุญาตให้วัดป่าหลวงตาบัวฯ ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการทางพุทธศาสนา จำนวน 391 ไร่เศษ แต่ปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้ปรับลดขนาดจำนวนพื้นที่ใช้ประโยชน์ลงเหลือเพียงประมาณ 279 ไร่เศษ คงเหลือพื้นที่ที่เกินความจำเป็น จำนวน 111 ไร่ นำมารวมกันเป็นเนื้อที่ 1,042 ไร่ โดยได้จัดแบ่งเป็นพื้นที่แปลงรวม 2 แปลง รวมเนื้อที่ 285-3-49 ไร่ พื้นที่จัดสรรให้เกษตรกร แปลงละ 5 ไร่ รวม 118 ราย เนื้อที่ 616-1-60 ไร่ ซึ่งผลผลิตจากแปลงรวมและแปลงส่วนตัวจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการซื้อขายในรูปแบบสหกรณ์ และพื้นที่ในส่วนที่เหลือแบ่งเป็น พื้นที่ส่วนกลาง 50-1-19 ไร่ พื้นที่สิ่งก่อสร้าง 15-2-08 ไร่ พื้นที่ถนน 49-0-17 ไร่ พื้นที่ภูเขา 25-1-54 ไร่
ดังนั้น หากนำทั้ง 3 แปลงใหญ่ที่บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ประกอบด้วย แปลงวัดป่าหลวงตาบัวฯ แปลงของ น.ส.เพียงใจ และแปลงของสมาคม มาผนวกเนื้อที่รวมกัน จะมีเนื้อที่กว่า 3 พันไร่ และจะสามารถนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้เกือบ 500 ราย ซึ่งเกษตรกรผู้ที่จะได้รับสิทธิในการเข้าไปทำกินในที่ดิน ส.ป.ก.ที่จะจัดสรรให้ในครั้งนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจัดที่ดินชุมชนของรัฐบาลในรูปแบบสหกรณ์
"ขอให้ประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก. การถือครองที่ดินโดยกลุ่มนายทุนหรือผู้มีอิทธิพล การซื้อขายที่ ขุดดินขายหรือการเปลี่ยนมือผู้ถือครองที่ดิน ตลอดจนการออกเอกสาร สค.1 นส.3 หรือโฉนด โดยมิชอบด้วยกฎหมายบนที่ดิน ส.ป.ก. ให้ทางหน่วยงานทราบเพื่อจะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดต่อไป แต่หากผู้ใดนำหลักฐานอันเป็นเท็จมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่จะมีความผิดทางอาญาด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการยึดคืนที่ดินของ ส.ป.ก.จากกลุ่มนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลได้มากกว่า 15 แปลงดังกล่าว อย่างแน่นอน"นายวัชรินทร์ กล่าว







