posttoday
บสย.แก้กม. ค้ำหนี้ให้ กู้นันแบงก์

บสย.แก้กม. ค้ำหนี้ให้ กู้นันแบงก์

15 กรกฎาคม 2559

บสย.หวังปลดล็อกกฎหมายใหม่ คาดปีหน้าปล่อยกู้นันแบงก์นาโนลีสซิ่ง พร้อมจ่อขายหนี้ 2 หมื่นล้านให้เอเอ็มซี

บสย.หวังปลดล็อกกฎหมายใหม่ คาดปีหน้าปล่อยกู้นันแบงก์นาโนลีสซิ่ง พร้อมจ่อขายหนี้ 2 หมื่นล้านให้เอเอ็มซี

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บสย.น่าจะผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภายในเดือน ก.ค.นี้ เมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ คาดว่าในต้นปี 2560 พ.ร.บ.ใหม่จะมีผลบังคับใช้ โดยจะมีผลทำให้ บสย.สามารถค้ำประกันสินเชื่อใหม่ให้กับการกู้เงินผ่าน นันแบงก์ (สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์) นาโนไฟแนนซ์ ธุรกิจเช่าซื้อ แฟกเตอริ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย(เอสเอ็มอี) ได้ครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ บสย.อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องเกณฑ์การค้ำประกันลูกหนี้กลุ่มนี้ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงกว่าลูกหนี้ที่สถาบันการเงินส่งมาให้ โดยอาจจะค้ำให้เฉพาะเงินดาวน์หรือหลักประกันส่วนที่ขาด โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะต้องปรับขึ้นตามความเสี่ยง

“บสย.ยังเตรียมเสนอคลังเรื่องการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับโครงการพีจีเอส 5 ที่คาดว่าจะสามารถค้ำประกันได้เต็ม 1 แสนล้านบาทในเดือน ก.ย.นี้ โดยผลิตภัณฑ์ใหม่จะต้องปรับรูปแบบให้จูงใจกับสถาบันการเงิน เช่น เพิ่มการชดเชยความเสียหายจาก 18-22% เพิ่มวงเงินปล่อยกู้และระยะเวลาในการค้ำให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่ม
เป้าหมายการค้ำประกันที่สูงกว่า 1 แสนล้านบาทได้” นายนิธิศ กล่าว

นอกจากนี้ การแก้ พ.ร.บ.ใหม่จะเปิดโอกาสให้ บสย.สามารถขายหนี้เสียได้ ซึ่งตั้งแต่เปิดให้บริการมากว่า 25 ปี บสย.มีหนี้เสียสะสม ซึ่งเป็นหนี้ที่ธนาคารได้จ่ายเงินชดเชยให้สถาบันการเงินครบแล้ว จึงได้สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้เฉลี่ยปีละ 100-200 ล้านบาทเท่านั้น

ดังนั้น บสย.จึงมีแนวคิดจะขายหนี้ดังกล่าว ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันให้กับบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ของรัฐ รับไปบริหารต่อไป และเงินที่ได้จากการขายหนี้เสียนั้น หากได้มาจะเอามาช่วยลดภาระเงินสนับสนุนจากรัฐบาลได้

นายนิธิศ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจัดการหนี้เสียจากนี้ไป จะว่าจ้างให้ที่ปรึกษากฎหมายมาช่วยติดตามลูกหนี้ที่ไม่เกิดรายได้ ซึ่งมีอยู่ราว 10.06% ของยอดค้ำประกันสะสม หรือคิดเป็นวงเงินราว 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามแนวโน้มเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การค้ำประกันรายใหม่จะทำข้อตกลงให้สถาบันการเงินช่วยติดตามลูกหนี้ให้

ขณะที่ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนของปีนี้ บสย.ได้อนุมัติการค้ำประกันสินเชื่อรวมวงเงินกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ผู้ประกอบการได้รับกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ 1.7 หมื่นราย โดย บสย.มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 150 ล้านบาท จากปีก่อนที่กำไรอยู่ที่ 300 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง