
คาดเงินนอกดันดัชนีพุ่ง1,600จุด
บล.ไทยพาณิชย์-ทิสโก้ มองครึ่งปีหลังเงินต่างชาติไหลเข้าดันดัชนี 1,550-1,600 จุด ภาพใหญ่เศรษฐกิจไทยดี ลงทุนรัฐชัดเจน ความเชื่อมั่นเอกชนเริ่มผงกหัว การบริโภคเริ่มฟื้นตามสินค้าโภคภัณฑ์
บล.ไทยพาณิชย์-ทิสโก้ มองครึ่งปีหลังเงินต่างชาติไหลเข้าดันดัชนี 1,550-1,600 จุด ภาพใหญ่เศรษฐกิจไทยดี ลงทุนรัฐชัดเจน ความเชื่อมั่นเอกชนเริ่มผงกหัว การบริโภคเริ่มฟื้นตามสินค้าโภคภัณฑ์
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังเกิดประชามติสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) มองว่าเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ รวมถึงไทยในระยะยาว เพราะสภาพคล่องทั่วโลกยังต้องการหาผลตอบแทนจากการลงทุน รวมถึงผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้เริ่มลดลง สอดรับกับปัจจัยในประเทศไทยที่มีโอกาสเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับภูมิภาค
หากเทียบราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) 14.5 เท่า ตลาดหุ้นไทยอาจดูแพงเมื่อเทียบกับพี/อีในอดีต แต่อัตราการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดดเด่น ปีนี้อัตราเติบโตกำไร บจ.อยู่ที่ 20% ทำให้มองดัชนีหุ้นปี 2559 อยู่ที่ 1,550-1,600 จุดได้
“ต่างชาติมักมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวชัดเจนทั้งการลงทุนภาครัฐได้เกิดขึ้นชัดเจนหลังจากล่าช้ามาปีกว่า การเบิกจ่ายของภาครัฐก็ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดรอบ 4 ปี ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชนเริ่มผงกหัว ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็เริ่มกลับมา ทั้งจากหลังจากที่รายได้และกำลังซื้อมากขึ้น เพราะจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และรายได้ของเกษตรกรที่มีมากขึ้นจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้ากลุ่มเกษตร อย่าง ยาง ข้าว น้ำตาล ปรับขึ้น ส่วนมองราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล” นายอิสระ กล่าว
ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติจะสอดคล้องกับนักลงทุนสถาบันในประเทศ จะเห็นได้ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาการที่ต่างชาติขายหุ้นไทยไปเกือบ 3 แสนล้านบาท กลับมีเงินจากสถาบันในประเทศเข้ามาซื้อแทน ทำให้หุ้นไทยไม่ได้ลงไปมาก แตกต่างจากเดิมที่เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า/ออก ก็จะเป็นนักลงทุนรายบุคคลที่ขาย/ซื้อสลับแทน
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังค่าเงินเหรียญสหรัฐมีการแข็งค่าเกินระดับที่ควรจะเป็น โดยเกิดจากสาเหตุเดียว คือ ปัญหาการเมืองของกลุ่มยุโรปที่อาจจะส่งผลให้ประเทศอื่นเริ่มถอนตัวออกจากกลุ่มยูโรด้วย ซึ่งส่งให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าและค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่าที่ควรจะเป็น โดยทั้งปีมองค่าเงินอยู่ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้าน นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ มองว่า ในช่วงครึ่งปีหลังดัชนีอาจปรับขึ้นไปได้ถึง 1,530 จุด และจะปรับเป้าหมายเป็น 1,580 จุด หากประชามติวันที่ 7 ส.ค.ผ่าน เนื่องจากจะมีเงินทุนไหลเข้าอีก 3 หมื่น-6 หมื่นล้านบาท







