
มท.1ย้ำผู้ว่าฯทั่วประเทศวางตัวเป็นกลางทำประชามติ
รมว.มหาดไทยประชุมผู้ว่าฯทั่วประเทศมอบนโยบายขับเคลื่อนงานสำคัญของรัฐบาลย้ำให้วางตัวเป็นกลางทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
รมว.มหาดไทยประชุมผู้ว่าฯทั่วประเทศมอบนโยบายขับเคลื่อนงานสำคัญของรัฐบาลย้ำให้วางตัวเป็นกลางทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่กระทรวงมหาดไทยกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด โดยมีนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย ร่วมมอบนโยบายฯ ย้ำถึง การรักษาความปลอดภัยในวันหยุดราชการต่อเนื่องคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงขอให้ทุกจังหวัดบูรณาการในพื้นที่กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปจนถึงการเข้าไปดูแลควบคุมการผลิตและจำหน่ายสุราพื้นบ้านให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นอกจากนั้น ได้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ Tip Report ซึ่งเป็นการประเมินเรื่องสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกาตามมาตรฐานของกฎหมายในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงขอกำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ให้เกิดปัญหาในพื้นที่ ย้ำว่ารัฐบาลนี้จะไม่ยอมให้มีการค้ามนุษย์เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ความพยายามอย่างที่สุด เพื่อเดินหน้าทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดขอให้ช่วยกันทำงานในเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่
ส่วนการแก้ไขปัญหาขยะในเวลา 1 ปี ต่อจากนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปดูแลและกำกับการบริหารจัดการขยะในท้องถิ่นที่จะมีการลงนามสัญญาร่วมกับเอกชนในการกำจัดขยะให้เป็นไปตามกฎหมาย และขอให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศอย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งฝากให้ดูแลความสะอาดในพื้นที่จังหวัดทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล กระทรวงมหาดไทยต้องการเห็น "บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย
สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมรัฐ - เอกชน -ประชาชน (ประชารัฐ) 12 คณะ โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง "คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐ ประจำจังหวัด" (คสป.จังหวัด) จึงขอให้ผู้ว่าฯ เป็นแกนหลักบูรณาการทุกภาคส่วน โดยใช้กลไกของคณะกรรมการระดับจังหวัด ดึงทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดพลังสนับสนุนการทำงานของทั้ง 12 คณะ และใช้"บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ..." ลงไปช่วยเสริมความเข้มแข็งสนับสนุนเชิงธุรกิจ ตามที่ชุมชนมีความต้องการทั้งเรื่องต้นทุน การบริหารจัดการ องค์ความรู้ การตลาด นำความรู้ต่างๆ มาช่วยพัฒนาศักยภาพของชุมชน
สำหรับเรื่องเรื่องการสนับสนุนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ขอย้ำว่าข้าราชการทุกคนต้องวางตัวเป็นกลาง และทำหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย







