
จุดอ่อนพร้อมเพย์ อยู่ที่ผู้เสียประโยชน์
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ยังไม่ทันจะได้ใช้ แต่ระบบพร้อมเพย์ก็ทำท่าจะโดนต่อต้านจากคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างหนักจนถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกปากว่า รัฐพร้อมชี้แจงในทุกเรื่องและขอยืนยันว่าทำด้วยความตั้งใจ ปัญหาที่เกิดก็แก้กันไป แต่ถ้าไม่อยากให้เกิดก็ยกเลิกทั้งหมด ไม่ต้องทำอะไร เลิกแล้วก็กลับไปที่เดิม
ก่อนจะกลับไปที่จุดเริ่มต้น ก็จะต้องดูที่มาของนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลเสียก่อน ที่พยายามผลักดันเลื่อนชั้นประเทศไทยให้ขึ้นเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Digital Economy) ยกระดับระบบการชำระเงินของไทยให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งระยะยาวจะช่วยพัฒนาระบบชำระเงินเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล และยังช่วยภาคสถาบันการเงิน ผู้ใช้บริการลดต้นทุนจากการใช้เงินสด ให้หันมาพึ่งพาระบบการชำระเงินแบบออนไลน์ หรือช่องทางดิจิทัลมากขึ้น
ฉะนั้นกระทรวงการคลังจึงประกาศแผนชำระเงินแห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ซึ่งแบ่งเป็นส่วนของภาครัฐและเอกชน ในภาครัฐเองก็จะนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดการระบบภาษี การประกวดราคา การประมูลงานต่างๆ เรียกว่ามีขั้นตอนใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งเห็นได้จากการประมูลคลื่น 4จี เมื่อปี 2558 ที่ประมูลกันผ่านระบบที่จัดเตรียมไว้ โดยไม่ให้มีการฮั้วประมูลได้เด็ดขาด ซึ่ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยืนยันว่า ระบบอี-โปรเคียวเมนต์ ของรัฐบาลนั้นจะทำให้การคลังของประเทศโปร่งใสมากขึ้น การทุจริตคอร์รัปชั่นจะลดลงเพราะระบบการจัดการที่ดีและตรวจสอบได้
ส่วนในภาคเอกชน การใช้ระบบการชำระเงินนั้นจำเป็นต้องดำเนินการผ่านทางธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีเป้าหมายนำไปสู่การลดการใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจที่คาดว่าจะทำให้ประเทศประหยัดรายจ่ายได้ถึงปีละ 7.5 หมื่นล้านบาท-1 แสนล้านบาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้วางยุทธศาสตร์ Payment Roadmap ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยตั้งแต่ปี 2554 มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ 1.ภาคประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงระบบการชำระเงินมากขึ้น 2.เพิ่มประสิทธิภาพลดใช้เงินสดและเช็ค หันไปใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น 3.ระบบชำระเงินจะต้องมีเสถียรภาพ และ 4.การกำกับดูแลจะต้องมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจ
ระบบพร้อมเพย์ หรือระบบเอนี่ไอดี คือนำเอาบัตรประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก และหมายเลขโทรศัพท์ นำไปผูกกันเป็นบัญชีเดียวเพื่อที่จะเข้าสู่ระบบชำระเงินแห่งชาติ ที่กำลังดำเนินการนี้เพิ่งเป็นแผนขั้นที่ 1 ในการเริ่มเข้าสู่ระบบการชำระเงินเท่านั้น
ในแผนให้ประชาชนลงทะเบียนในระบบพร้อมเพย์ ก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลังกำหนดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ต้องรับความช่วยเหลือจากรัฐไปลงทะเบียนกับแบงก์รัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งคลังคาดว่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียน 20 ล้านคน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องมาลงทะเบียนเพราะเป็นนโยบายว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนด้วยการจ่ายเงินตรงให้เลยโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เพื่อให้เงินไปถึงประชาชนได้ครบถ้วนรวดเร็ว เต็มเม็ดเต็มหน่วย และป้องกันการรั่วไหลของเงิน ที่เรามักจะกลัวว่ามีผีมาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากรัฐด้วย
ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปนั้น รัฐบาลไม่ได้บังคับโดยตรง แต่ก็มีเงื่อนไขว่า ต่อไปนี้เมื่อรัฐใช้นโยบายการคลังแบบดิจิทัลแล้ว ต่อไปนี้การเสียภาษี การคืนเงินภาษีเงินได้ รัฐบาลจะคืนด้วยการจ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์เท่านั้น ฉะนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องตรงนี้จะต้องไปเปิดบัญชีในระบบพร้อมเพย์ไว้ ซึ่งบุคคลธรรมดาที่ไม่ต้องรับคืนภาษีจากรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบพร้อมเพย์ก็ได้
นอกจากนี้ เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้ระบบพร้อมเพย์ให้มากขึ้น ธปท.และสมาคมธนาคารไทยก็หารือกันและมีมติออกมาแล้วว่าจะลดค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินข้ามเขต ข้ามธนาคารลง ซึ่งได้ประกาศออกมาแล้วว่า กรณีที่โอนเงินไม่เกิน 5,000 บาท/รายการ ฟรีค่าธรรมเนียมสามารถโอนกี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัด
วงเงิน 5,000-3 หมื่นบาท คิดค่าธรรมเนียม 2 บาท/รายการ วงเงิน 3 หมื่นบาท-1 แสน บาท คิดค่าธรรมเนียม 5 บาท/รายการ และวงเงินมากกว่า 1 แสนบาทขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม 10 บาท/รายการ
จากโมเดลพร้อมเพย์ เห็นได้ชัดเจนว่า มีผู้เสียประโยชน์อยู่เพียง 2 กลุ่ม คือ ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ที่อาจจะถูกลดทอนอำนาจลงบ้าง และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะมี
รายได้จากค่าธรรมเนียมลดลงมากในอนาคต
รมว.คลัง ระบุว่า ข้อมูลลงทะเบียนของคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายในการจัดสวัสดิการให้ประชาชนและตัดระบบคนกลางออกไป ยกตัวอย่างเมื่อการลงทะเบียนเสร็จ รัฐบาลอาจทบทวนเงินยังชีพของคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน คนละ 600 บาท/เดือน ในแต่ละปีมีผู้สูงอายุที่ยังทำงานไม่มารับเงินมากพอสมควร แต่เงินจำนวนนี้กรมบัญชีกลางจ่ายขาดให้กับองค์การบริการส่วนท้องถิ่นตามรายชื่อที่ส่งมา ถึงจะไม่มีคนมารับเงิน เงินก็ไม่ได้กลับมาสู่ส่วนกลาง แต่เมื่อเริ่มใช้พร้อมเพย์ กรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินตรงไปให้กับผู้สูงอายุ ก็จะรู้ว่าไม่มีคนที่มารับเงินส่วนนี้เท่าไหร่ สามารถนำเงินมาเกลี่ยเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่รับเงินให้ได้เงินมากขึ้น
ดังนั้น จึงต้องกลับมาดูวิธีการอธิบายความของผู้ที่มีส่วนจะทำให้ระบบพร้อมเพย์ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวว่าได้ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจในเรื่องระบบการชำระเงินแห่งชาติอย่างไร
นอกจากนี้ ระบบการชำระเงินแห่งชาตินั้น ควรจะมีเพียงหนึ่งเดียวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ขณะนี้กลายเป็นมีทั้งระบบพร้อมเพย์และระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งปกติที่ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการอยู่ การจะโอนเงินได้ในค่าธรรมเนียมต่ำนั้น ทั้งบัญชีผู้รับและบัญชีผู้โอนจะต้องเป็นระบบพร้อมเพย์เหมือนกัน หากบัญชีขาใดขาหนึ่งไม่ใช่พร้อมเพย์ก็จะเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งปกติ และจะเสียค่าธรรมเนียมโอนเงินแพงเหมือนเดิม
วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กล่าวเสริมว่า ปัญหาของหน่วยงานภาครัฐตอนนี้ จะเป็นเรื่องของขั้นตอนและเอกสารที่มีจำนวนมาก และกรอบระยะเวลาที่ไม่ชัดเจน จึงก่อให้เกิดการรั่วไหลการรับจ่ายเงินระหว่างทาง หรือเรียกว่า เกิดการคอร์รัปชั่นได้ ดังนั้นภาพในอนาคตจะต้องมีการบูรณาการให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเป็นเรื่องของ Information Gate Way สามารถทำเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบใน 63 บริการหลักที่คัดมาจาก 3,000 งานบริการ ที่จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและรายได้ของประเทศ
โดยหลักการของระบบชำระเงินแห่งชาติ นับว่าเป็นระบบที่ดี แต่ก็ไปขัดแย้งผลประโยชน์ทับซ้อนของคนบางกลุ่ม แต่ผลประโยชน์ที่มีมากกว่า และหากต้องการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นให้ลดลง การปฏิเสธระบบพร้อมเพย์ก็เหมือนปฏิเสธระบบการตรวจสอบเช่นกัน
นอกจากนี้ ก่อนจะไปสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มตัว รัฐบาลจะต้องลงทุนและวางแผนงานอีกมาก โดยเฉพาะการอธิบายความต่อสังคมและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ แม้ทางภาคเอกชนก็เกิดความสงสัยว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือไม่
อุปสรรคต่อการพัฒนาระบบชำระเงินของชาติ ไม่ได้อยู่ที่ระบบแล้ว แต่กลายเป็นปัญหาเรื่องคนและการนำการเมืองเข้ามาผูกให้เป็นเรื่องราวเพื่อล้มระบบไม่ให้การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นทำได้ง่ายๆ







