
คนดูแลสวนป่ายืนยันพุทธะอิสระไม่ได้บุกรุกป่าแม่วิน
เชียงใหม่-คนดูแลสวนป่าเผยพระพุทธอิสระไม่ได้บุกรุกป่าแม่วิน แต่เป็นการปลูกป่า300ไร่เพื่อแหล่งต้นน้ำ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี57 เมื่อต้นไม้โตจะคืนพื้นที่ป่าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เชียงใหม่-คนดูแลสวนป่าเผยพระพุทธะอิสระไม่ได้บุกรุกป่าแม่วิน แต่เป็นการปลูกป่า300ไร่เพื่อแหล่งต้นน้ำ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี57 เมื่อต้นไม้โตจะคืนพื้นที่ป่าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอุเทน พายัพวัฒนวงษ์ ผู้ดูแลผืนป่าบ้านใหม่วังผาปูน ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เปิดเผยว่า กรณีมีการนำเสนอข้อมูลผ่านทางโลกออนไลน์ว่าพระพุทธะอิสระอดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ และเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม บุกรุกป่าแม่วิน แท้จริงแล้วขอชี้แจงว่า มูลนิธิธัมมะพุทธะอิสระ เข้ามาเป็นเจ้าภาพในการเจรจาขอคืนพื้นที่ โดยจ่ายเงินให้กับผู้ที่เจ้าของครอบครองผืนป่าหลายแปลง ซึ่งคนที่ครอบครองไม่ใช่คนยากจน แต่เป็นการข้าราชการ และมีคนยากจนจริงๆ ไม่กี่ราย ก่อนที่จะนำมาปลูกป่าในโครงการปลูกป่าเพื่อพ่อหลวงแม่หลวง ให้กับรัฐบาลและแผ่นดิน มีทหาร กรมป่าไม้ ครู และนักเรียนมาช่วยเอากล้าไม้ต้นไม้ขึ้นไปปลูก โดยที่ดินที่รับซื้อมีประมาณ 300 ไร่ ไม่ใช่ 3,000 ไร่เพื่อปลูกป่าฟื้นฟูธรรมชาติ เมื่อครบ 10 ปีก็จะคืนพื้นที่ตรงนี้ให้กับกรมป่าไม้ เพราะเป็นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งก็ต้องจ้างคนดูแลถึง 5 คน ซึ่งการซื้อที่ดินป่าสงวนฯที่ถูกบุกรุกโดยชาวบ้านดังกล่าวก่อนหน้านี้มีการบุกรุกไปเยอะมาก
"โครงการปลูกป่าเพื่อพ่อหลวงแม่หลวงเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ต้นไม้ที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดู่ และไม้พันธ์อื่นๆ ซึ่งในปีแรกลงมือปลูกต้นไม้ทั้งหมด 1 แสนต้น ส่วนปีที่ 2 ปลูกไป 8 หมื่นต้นแต่ต้องประสบกับปัญหาต้นไม้ตาย เพราะช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาเกิดไฟป่า ซึ่งในปีนี้กำลังปลูกต้นไม้ทดแทนอีก 2 หมื่นต้น แต่ล่าสุดเพิ่งปลุกไปได้ 1 หมื่นต้น ซึ่งเมื่อวานนี้พระพุทธะอิสระ ได้เดินทางมาปลูกต้นไม้ด้วยตนเองพร้อมกับเด็กนักเรียนโรงเรียนแม่วิน" นายอุเทน กล่าว
พื้นที่ดังกล่าวถึงแม้จะอยู่ในเขตอุทยานฯแต่กลับเป็นภูเขาหัวโล้นเนื่องจากชาวบ้านได้ทำการเพาะปลูกพืช และมีการขายต่อให้กับนายทุนและข้าราชการ พระพุทธะอิสระต้องการ จะรักษาผืนป่าต้นน้ำแห่งนี้เอาไว้จึงได้รวบรวมพื้นที่บริเวณดังกล่าวก่อนที่จะทำโครงการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าป่าต้นน้ำแห่งนี้เอาไว้นอกจากนี้ผืนป่าที่ปลูกไว้ทางมูลนิธิยังได้ทำแนวรั้วกั้นไม่ให้ชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกขยายพื้นที่รุกล้ำพื้นที่ป่าอีกด้วย







