
เราใช้ไฟบ้านกันอย่างไร
โดย...พรายพล คุ้มทรัพย์
โดย...พรายพล คุ้มทรัพย์
ในโลกปัจจุบันเราคงขาดไฟฟ้าไม่ได้ ลองนึกดูว่าถ้าบ้านของคุณไฟฟ้าดับไปสักหนึ่งชั่วโมง คุณจะอยู่อย่างปกติสุขได้อย่างไร ดูทีวีก็ไม่ได้ ร้อนก็ร้อน เพราะจะเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมก็ไม่ได้ ของในตู้เย็นก็อาจจะเริ่มมีกลิ่นไม่ดี ถ้าเป็นตอนกลางคืนก็ต้องหาเทียนมาจุดให้แสงสว่างทำอะไรเอาไม่ได้จริงๆ ถ้าบ้านไม่มีไฟฟ้า
เราใช้ไฟฟ้าในบ้านกันมากไหม? ในภาพรวมของไทยการใช้ไฟฟ้าในบ้านอยู่อาศัยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1 ใน 5 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศ คือ โรงงานอุตสาหกรรมซึ่งใช้มากกว่า 40% ของการใช้ทั้งหมด มากกว่าการใช้ไฟบ้านถึงเกือบเท่าตัว
การใช้ไฟฟ้าในบ้านของไทยยังมีสัดส่วนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่งอยู่ที่ 27% ประเทศที่ร่ำรวยหลายประเทศ เช่น สหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส มีการใช้ไฟฟ้าในบ้านอาศัยเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด อาจเป็นเพราะบ้านเรือนในประเทศเหล่านี้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าค่อนข้างมาก และอุตสาหกรรมของเขาอาจจะไม่ใช้ไฟฟ้ามากเหมือนของเราก็ได้
อยากรู้ไหมว่าคนไทยวันหนึ่งๆ อยู่ที่บ้านใช้เครื่องไฟฟ้าอะไรบ้างและมากน้อยแค่ไหน? กลุ่มอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สำรวจครัวเรือนทั่วประเทศไทยจำนวนกว่า 2,000 ครัวเรือน ในปี 2556 ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ห้องแถว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม เลือกทั้งครัวเรือนที่มีรายได้สูง ปานกลาง และต่ำ
ผลการสำรวจพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟบ้านมากที่สุด คือเครื่องปรับอากาศหรือแอร์นั่นเอง ครัวเรือนโดยเฉลี่ยในเขตการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ครอบคลุมกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ใช้ไฟฟ้าเปิดแอร์มากถึง 34-59% ของบิลค่าไฟฟ้าในบ้าน คนรวยใช้ในสัดส่วนที่สูงกว่าคนจน
สำหรับครัวเรือนในเขตต่างจังหวัด เขตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ถ้าเป็นผู้ใช้รายใหญ่ก็ใช้ไฟฟ้าเปิดแอร์มากที่สุดเช่นเดียวกับคนในเขตกรุงเทพฯ แต่ตัวเลขสัดส่วนจะต่ำกว่า ส่วนผู้ใช้รายย่อยใช้เดือนละต่ำกว่า 150 หน่วย ในเขต กฟภ. จ่ายค่าไฟฟ้าใช้แอร์เพียง 6% เท่านั้น เพราะบ้านส่วนใหญ่ไม่ติดแอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟบ้านมากที่สุด รองลงไปจากแอร์ก็คือตู้เย็น ครัวเรือนโดยเฉลี่ยทั่วประเทศใช้ไฟฟ้าไปกับตู้เย็นประมาณ 7-22% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้ไฟค่อนข้างมาก ได้แก่ พัดลม 6-20 เปอร์เซ็นต์ ของการใช้ไฟทั้งหมดในบ้าน โทรทัศน์ 5-15% หลอดไฟ 5-15% หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 2-8% และเครื่องทำน้ำอุ่น 2-6%
บ้านที่มีรายได้ต่างกันและอยู่ในเขตต่างกัน เช่น ในเมืองกับในชนบท มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและลักษณะ/สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนกัน เครื่องปรับอากาศเป็นกรณีที่เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างนี้ ครัวเรือนรายได้น้อยที่ใช้ไฟน้อยกว่า 150 หน่วย/เดือน ส่วนใหญ่ไม่มีแอร์ใช้ในบ้านทั้งในเขต กฟน. 69 % ไม่มีแอร์ และในเขต กฟภ. 95% ไม่มีแอร์ แต่สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟมากกว่า 150 หน่วย/เดือน ปรากฏว่ากว่า 80 % ของครัวเรือนในเขต กฟน. มีแอร์ใช้บ้านละอย่างน้อย 1 เครื่อง และไม่ถึงครึ่ง คือ 42% ของครัวเรือนในเขต กฟภ. มีแอร์ใช้บ้านละอย่างน้อย 1 เครื่อง สำหรับบ้านที่มีแอร์จะใช้แอร์เฉลี่ยวันละประมาณ 4 ชั่วโมง และ 90% เป็นแอร์แบบประหยัดไฟเบอร์ 5
เราคงนึกว่าเกือบทุกครัวเรือนในประเทศไทยมีตู้เย็นใช้แล้ว แต่การสำรวจพบว่า 75% ของครัวเรือนในการสำรวจมีตู้เย็นใช้ในบ้าน และส่วนใหญ่เป็นตู้เย็นขนาดเล็กต่ำกว่า 8 คิว โดย 77% เป็นตู้เย็นประหยัดไฟเบอร์ 5
โทรทัศน์ดูเหมือนจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านขาดไม่ได้ ครัวเรือนส่วนใหญ่ใช้โทรทัศน์ขนาด 21-36 นิ้ว คิดเป็น 69% ของทั้งหมด ครัวเรือนโดยเฉลี่ยดูโทรทัศน์ประมาณวันละ 4 ชั่วโมง โดยกว่าครึ่งหนึ่งดูโทรทัศน์ในช่วงหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน
ประเด็นอื่นๆ จากผลการสำรวจมีดังนี้
lคนไทยส่วนใหญ่กว่า 90% ไม่ใช้เตาไฟฟ้า อาจเป็นเพราะใช้เตาแก๊สได้สะดวกกว่าและมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า
lกว่า 70% ของครัวเรือนไทยไม่ใช้เตาอบไมโครเวฟ ครัวเรือนที่ใช้เตาอบไมโครเวฟส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงและอยู่ในเขตการไฟฟ้านครหลวง
l2 ใน 3 ของครัวเรือนไทยมีกระติกต้มน้ำไฟฟ้า
lครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 90%
l76% ของครัวเรือนไทยใช้เตารีดไฟฟ้า โดยเฉลี่ยจะใช้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง
lเกือบทุกบ้านมีพัดลมและโดยมากเป็นพัดลมตั้งพื้น ส่วนใหญ่ใช้วันละ 3-6 ชั่วโมง
lกว่า 80% ของครัวเรือนไทยไม่มีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่น บ้านที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงและอยู่ในเขตการไฟฟ้านครหลวง
l40% ของครัวเรือนไทยมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้าน โดยครัวเรือนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ไฟมากกว่า 150 หน่วย/เดือน ในเขตการไฟฟ้านครหลวง
lเกือบทุกบ้านใช้หลอดไฟนีออนยาวเฉลี่ยบ้านละ 5 หลอด และกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนเริ่มใช้หลอดตะเกียบแล้ว
อ่านบทความนี้แล้ว นอกจากจะเก็บเอาไปเป็นข้อมูลที่น่ารู้แล้ว ก็ขอให้เป็นเครื่องเตือนใจให้ช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าในบ้านด้วยนะครับ







