posttoday
เงินทองอยู่ในบ้าน อย่าทิ้ง...เสียของ

เงินทองอยู่ในบ้าน อย่าทิ้ง...เสียของ

13 กรกฎาคม 2559

เพิ่งเดินทางไป อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ไม่ได้ไปเยือนมาเสียนาน เพื่อไปร่วมงานการทำซีเอสอาร์ของ บางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งทำในหลากหลายรูปแบบทุกๆ ปี สำหรับครั้งนี้คือการปล่อยสัตว์ทะเลคืนธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เต่าตนุ หอยมือเสือ รวมทั้งกุ้งกุลาดำ ฯลฯ

เพิ่งเดินทางไป อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ไม่ได้ไปเยือนมาเสียนาน เพื่อไปร่วมงานการทำซีเอสอาร์ของ บางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งทำในหลากหลายรูปแบบทุกๆ ปี สำหรับครั้งนี้คือการปล่อยสัตว์ทะเลคืนธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เต่าตนุ หอยมือเสือ รวมทั้งกุ้งกุลาดำ ฯลฯ

หลังทำกิจกรรมปล่อยสัตว์ทะเลเสร็จ เทศบาลนครเกาะสมุยก็ชักชวนให้ช่วยกันเก็บขยะริมชายหาดกันต่อ โดยผู้ประกาศเชิญชวนหลุดปากออกมาว่า ขอให้เก็บขยะทั่วไปใส่ถุงดำ ส่วนขยะที่ “ขายได้” ให้แยกใส่ถุงตาข่ายก่อนที่เธอจะพูดแก้ว่า เศษโฟม เศษถุงพลาสติก เศษกระดาษ รองเท้า หรือเศษขยะอะไรที่แหว่งวิ่นไม่สมประกอบ เอากลับมารีไซเคิลไม่ได้ให้เก็บใส่ถุงดำ ส่วนขวดพลาสติก ขวดแก้ว ให้แยกออกมาให้เห็นๆ ในถุงตาข่าย

ดิฉันได้ยินข่าวคราวเรื่องสถานการณ์ขยะล้นเกาะสมุย เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ฮิตไม่แพ้ภูเก็ตหรือกระบี่ มาไม่ต่ำกว่าครึ่งทศวรรษแล้ว สมุยมีขยะเพิ่มขึ้นทุกวัน วันละกว่า 160 ตัน ด้วยความที่มีพื้นที่เป็นเกาะที่ต้องอาศัยการเดินทางไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะมาถึงแผ่นดินใหญ่ของ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้เกาะสมุยต้องมีการบริหารจัดการขยะที่นับวันจะเพิ่มขึ้นๆ เองในพื้นที่เกาะ

เหตุการณ์มันแย่ขนาดที่เตาเผาขนาดใหญ่ทำงานหนักเกินไปจนใช้งานไม่ได้ เพราะขยะมันเยอะเหลือเกิน จนต้องกระชับพื้นที่อย่างหนัก ซึ่งทางการสมุยเองก็พยายามวางแผนบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยหากว่าอาศัยมาตรการ “ขยะขายได้” ให้ประชาชนชาวเกาะสมุยเข้ามามีส่วนร่วมด้วย น่าจะช่วยได้มากกว่าจะบริหารจัดการภายใต้การทำงานของทางการเพียงลำพัง

ดิฉันเดินทางไปพักที่เกาะสมุย ก่อนที่งานซีเอสอาร์จะมีขึ้นในตอนเช้าของอีกวัน จึงมีโอกาสไปเดินเล่นริมชายหาดในช่วงบ่ายที่ไม่มีกิจกรรมอะไรต้องทำร่วมกับคนอื่น การเดินเก็บขยะชายหาดเป็นนิสัยดั้งเดิมที่ติดมาทุกครั้งที่ไปเที่ยวทะเล (ทุกคนควรติดนิสัยเดียวกันนี้นะ) เดินเล่นเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงบนหาดลิปะน้อย ก็สามารถเก็บขยะได้ล้นมือ ต้องหาถุงหรือภาชนะมาใส่ เพราะลำพังแค่สองมือไม่อาจจะถือได้

บนระยะทางสั้นๆ ที่เดินอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เจอขยะสารพัดรูปแบบมาก ตั้งแต่เศษโฟม ขวดพลาสติก เชือกพลาสติก ขวดเบียร์ ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้กระทั่งสายยูเอสบีสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ! หากมีโครงการ “ขยะทำเงิน” ของเกาะสมุย อย่างน้อยๆ เวลาแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถขายขวดแก้วได้แล้ว 3 ขวด คิดเล่นๆ ดู ถ้าเดินได้ไกลและนานกว่านี้ คงจะทำเงินได้เยอะเลย (มโนให้เป็นเลิศ)

กลับมาจากสมุยแล้วยังคิดเรื่องนี้ไม่เลิก นึกถึงคนที่ต้องการหารายได้เสริมให้กับตัวเอง ในยุคเศรษฐกิจยังมองไม่เห็นทางไปแบบนี้ คนที่ไม่มีความสามารถพิเศษ ไม่มีความสนใจในการอดิเรกใดๆ ที่จะทำเงินในกระเป๋าตัวเองให้เพิ่มพูนขึ้นได้ อาจจะลองมองหาช่องทางสร้างรายได้จากขยะกันดู...

การเพิ่มรายได้จากขยะอาจจะเริ่มทำแบบก๊อกๆ แก๊กๆ ในบ้านเราก่อน ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ คนอยู่เยอะๆ น่าจะยิ่งสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงแค่รู้จักจัดระเบียบขยะ แยกขยะเป็นหมวดเป็นหมู่... แยกสิ่งที่จะทิ้ง ออกจากสิ่งที่ขายได้ (แบบที่เทศบาลนครเกาะสมุยประกาศ) ก็น่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองไม่น้อย

เคยอ่านข่าวของกิจการโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่เดิมทีทิ้งทุกอย่างเป็นขยะหมด ก่อนที่จะมีการจัดระเบียบ แยกขยะเสียใหม่ ปรากฏว่า สิ่งที่สมควรจะต้องทิ้งไปแบบไม่เกิดประโยชน์นั้นมีเพียง 25% เท่านั้น ที่เหลืออีก 75% ล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น ลองอาศัยโรงแรมแห่งนี้เป็น “โมเดล” ก็ได้ อาจจะเงินงอกมาไม่ถึงหลักแสน แต่หลักพัน หลักหมื่นก็ดูยั่วตายั่วใจดีไม่น้อย

เริ่มจากเศษอาหารในบ้าน แยกให้เหลือเศษอาหารจริงๆ เพียงอย่างเดียว อย่าทิ้งกระดาษทิชชู่ ไม้จิ้มฟันลงไปรวมกัน เศษอาหารล้วนๆ สามารถนำไปขายเป็นอาหารสัตว์ได้ นอกจากนี้ ควรแยกเศษผักเศษผลไม้ไว้ต่างหาก หาตำราหมักน้ำปุ๋ยชีวภาพมาทำไว้รดน้ำต้นไม้/ใส่น้ำกันยุง/ดับกลิ่นห้องน้ำได้อีกต่างหาก (ไม่ต้องซื้อน้ำยาเคมีใดๆ) -- นี่แค่ตัวอย่าง

ไอเดียการแยกขยะทำเล่นๆ ก่อนจะเห็นเป็นเงิน อ่านมาจาก 108junk.com ประมาณว่า กระดาษ ให้แยกเป็น “หนังสือพิมพ์” ทุกชนิดใส่ถุงพลาสติก หรือผูกเชือกเอาไปส่งร้านของเก่าได้เลย “หนังสือเล่ม” ก็เช่นกันกับ “กระดาษลัง” เช่น กระดาษลูกฟูก กล่องน้ำตาล ส่วน “กระดาษพิมพ์ขาว-ดำ” ขายได้ราคาดีกว่า “กระดาษพิมพ์สี” และกระดาษอื่นๆ แยกจากกันเสีย ด้าน “กล่องนม-กล่องน้ำผลไม้” ล้างให้สะอาดก่อนขาย

ของมีราคา “เหล็ก” รูปแบบต่างๆ มีคนรับซื้อมากมาย ขยะกองใหญ่ของทุกวันนี้คือ “พลาสติก” แยกเป็น “ขวดน้ำใส” หรือขวด pet แยกฝาขวดด้วย “พลาสติกรวม” รูปแบบอื่น เช่น โต๊ะ ถ้วย ขวดนมเปรี้ยว แก้วมาม่า แกลลอนน้ำยาต่างๆ

ขยะแต่ละอย่างมีมูลค่าที่แตกต่างกัน การเตรียมพร้อมแยกขายให้ถูกที่ ถูกประเภท ช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ดีกว่าสักแต่ว่าจะทิ้งๆ ไป มันก็จะกลายเป็นขยะที่อาจจะพร้อมสร้างรายได้ให้คนอื่นๆ ก็ได้

รายได้ตรงนี้อาจจะไม่มากมาย (อย่าลืมว่า เราทำเป็นรายได้เสริมเท่านั้น) แต่อย่างน้อยอาจจะช่วยค่าคอนโด ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่ามือถือ ค่าอินเทอร์เน็ต ที่แทบจะทุกอย่างกลายเป็นปัจจัยที่จำเป๊น-จำเป็นต่อคนทุกวันนี้ไปแล้ว

ยิ่งลองมานั่งคิดสะระตะดู ก็ช่างน่าเสียดายที่แต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี เราได้ทิ้งขยะเงินขยะทองที่ควรจะก่อให้เป็นรายได้ไปเปล่าๆ มากมายแค่ไหนแล้ว

เงินก็ไม่ได้แถมยังกลายเป็นภาระรกโลกอีกนี่สิ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท