posttoday
ค่าเงินทั่วโลกยังปั่นป่วน

ค่าเงินทั่วโลกยังปั่นป่วน

13 กรกฎาคม 2559

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้อัตราแลกเปลี่ยนของโลกมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น หลังจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นปีหน้า เพราะเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นจากเหตุสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ธนาคารกลางอังกฤษอาจลดดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจออกมาตรการผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมหลังเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง และในเดือน ต.ค. ที่เงินหยวนเข้าตะกร้าเงินทุนสำรองเอสดีอาร์อย่างเป็นทางการ อาจทำให้เงินหยวนผันผวนกระทบกับค่าเงินในเอเชีย

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้อัตราแลกเปลี่ยนของโลกมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น หลังจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นปีหน้า เพราะเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นจากเหตุสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ธนาคารกลางอังกฤษอาจลดดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจออกมาตรการผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมหลังเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง และในเดือน ต.ค. ที่เงินหยวนเข้าตะกร้าเงินทุนสำรองเอสดีอาร์อย่างเป็นทางการ อาจทำให้เงินหยวนผันผวนกระทบกับค่าเงินในเอเชีย

ด้านเศรษฐกิจไทยมีความท้าทายมากขึ้นจากผลของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) โดยอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้ หากเบร็กซิตกระทบกับเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังประเทศไทยด้วย อาจทำให้การส่งออกไทย ติดลบมากกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ว่าส่งออกปีนี้ติดลบ 2% ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกของไทยไปสหราชอาณาจักร จากหดตัว 3% เป็นหดตัว 6-9% และปรับลดเป้าหมายการส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรป จากหดตัว 0.5% ถึง 0% เป็นหดตัว 3-4%

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงนี้ มีเงินไหลกลับเข้ามายังตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง แต่เป็นการไหลเข้าเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น เพื่อรอปัจจัยหลักคือเฟดขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินบาทในช่วงนี้ที่ทรงตัวแข็งค่า ส่วนหนึ่งมีผลมาจากปริมาณเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาพักในพันธบัตรธนาคารแห่ง ประเทศไทย 1.3 แสนล้านบาท แล้ว ทำให้ ธปท.ต้องเข้ามาบริหารจัดการตลาดเงินให้มีความสมดุล

อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังยังคาดไม่ได้ว่าเงินจะไหลเข้าอีกเท่าไร แต่จากการไปพบนักลงทุนที่ญี่ปุ่น พบสัญญาณว่าจะมีเงินจากกองทุนและนักลงทุนไหลเข้ามาลงทุนอีกหลังจากมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ หากผ่านมีบางกองทุนจะเพิ่มน้ำหนักลงทุนเต็มเพดาน ซึ่งก็มีความเป็นได้ที่จะเห็นเงินไหลเข้ามาอีกจำนวนมาก

ธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย มองว่า เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ต่อเนื่อง ขณะนี้ยอดการถือครองตราสารหนี้สุทธิของต่างชาติขึ้นมาอยู่ที่ 7.19 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2557

สำหรับเงินที่ไหลเข้าส่วนใหญ่จะอยู่ในพันธบัตรอายุน้อยกว่า 1 ปี เพราะมีความคล่องตัวและได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับตราสารหนี้ระยะยาว

“เงินที่ไหลเข้ามาเพราะนักลงทุนมองว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เพราะเศรษฐกิจค่อยๆ โต มั่นคง ยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังเป็นบวกเมื่อเปรียบกับประเทศอื่นๆ ที่ติดลบ รวมถึงค่าเงินมีเสถียรภาพ นักลงทุนต่างชาติใช้ไทยเป็นที่พักและเป็นจุดในการบริหารความเสี่ยง มองว่าไม่น่าจะกระทบต่อค่าเงินมากนัก เพราะหากเปรียบเทียบกับระบบแล้วไม่มาก” ธาดา กล่าว

ธาดา กล่าวต่อว่า เงินต่างประเทศที่เข้ามาและมีความต้องการลงทุนในพันธบัตรจำนวนมาก ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะกลางยาวลดลงต่อเนื่อง ณ วันที่ 30 มิ.ย. พันธบัตรระยะสั้นกลางอายุคงเหลือน้อยกว่า 5 ปี ลดลง 0.04-0.23% ลงมาอยู่ที่ 1.35-1.64% ส่วนตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือมากกว่า 5 ปี ลดลง 0.41-0.89% มาเหลือ 1.74-3.14%

ทั้งนี้ ผลการออกของสหราชอาณาจักร นำโดยอังกฤษจะต้องดำเนินการต่อไป การเจรจาจะเป็นอย่างไรแต่เชื่อว่าสหรัฐอเมริกาจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยช่วงนี้ จะเห็นในปีหน้าหรืออย่างเร็วปลายปีนี้ ส่วนเบร็กซิต
กระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างไรยังคาดการณ์ยาก ส่วนเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 2.5-3.3%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดเงินเมื่อวานนี้ ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.15/17 บาท/เหรียญสหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากวันก่อน หลังจาก เอสเธอร์ จอร์จ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแคนซัสซิตี้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในระดับต่ำเกินไปและส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจอร์จเป็นสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงในปีนี้ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (FOMC) ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมา

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1053/55 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดวันก่อน ที่ 1.1032/33 เหรียญสหรัฐ/ยูโร โดยมีการประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจคือ ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศเยอรมนีเพิ่มขึ้นที่ 0.1% เป็นระดับเดียวกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเมื่อเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการประกาศดัชนีราคาค้าส่งของประเทศเยอรมนีออกมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.3% แต่ต่ำกว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้น 0.9% การประเมินนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปลงสู่ 1.6% สำหรับปี 2016 จากที่คาดไว้ 1.7% และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ของปี 2017 ลงสู่ 1.4% จากเดิมที่คาดไว้ 1.7%

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศว่า เทเรซา เมย์ จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรในวันพุธนี้ ส่งผลให้เงินปอนด์ปรับตัวขึ้นเทียบกับเหรียญสหรัฐ ทะลุแนวต้าน 1.3100 เหรียญสหรัฐ/ปอนด์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท