
อัยการลุยขอแม้วกลับไทยทนายแดงยื่นศาลไต่สวน
อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศเตรียมขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีก่อการร้ายในไทย
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้อัยการจะมีคำสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีก่อการร้าย แต่เนื่องจากผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งตามหลักการจำเลยจะต้องถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดี ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน อัยการจึงเตรียมประสานกับประเทศที่ผู้ต้องหาใช้พักพิง เพื่อขอให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย
นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า กรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ส่วนหนึ่งถูกออกหมายจับ แต่ยังหลบหนีอยู่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดี ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง เมื่ออัยการมีคำสั่งฟ้องไปแล้วโดยหลักการเมื่อผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีอาญา จะต้องถูกควบคุมตัว หลังจากนั้นอาจขอศาลเพื่อยื่นขอประกันตัว ซึ่งศาลจะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายการุณ โหสกุล สส.พรรคเพื่อไทย ในคดีก่อการร้ายว่า เมื่ออัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว บุคคลทั้งสองจึงไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงผู้ต้องหาอีกต่อไป แต่จะต้องถูกควบคุมตัวในฐานะจำเลย โดยวันที่ 16 ส.ค. ศาลได้นัดสอบปากคำจำเลย โดยจำเลยจำเป็นต้องเดินทางมาที่ศาล
นายคารม พลทะกลาง ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันจันทร์นี้ทีมทนายจะยื่นต่อศาลขอให้มีการไต่สวนมูลฟ้องอัยการว่า การดำเนินคดีกับแกนนำ นปช. ไม่เป็นไปตามหลักฐาน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีการเมือง มีการเร่งรัดส่งฟ้องทั้งในชั้นอัยการและในชั้นสอบสวน โดยไม่มีการสอบพยานของจำเลยที่เสนอไปกว่า 100 ปาก ถือว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งทีมทนายจะไม่ยอมให้กระทำกับแกนนำ นปช.ฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ กรณีอัยการได้ยื่นฟ้องนายจตุพรและนายการุณ ทีมทนายก็จะยื่นต่อศาลเช่นกันว่า ศาลไม่มีอำนาจสอบคำให้การของจำเลยทั้งสองในสมัยประชุมสภานี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดข้อห้ามนี้ไว้







