"บิ๊กตู่"ขู่ออกกฎหมายคุมสื่อ
นายกฯ ขู่เตรียมออกกฎหมายมาปฏิรูปสื่อลั่นทำผิดประชามติไม่มีละเว้น
นายกฯ ขู่เตรียมออกกฎหมายมาปฏิรูปสื่อลั่นทำผิดประชามติไม่มีละเว้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงการจับกุมผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไท พร้อมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตย ที่ จ.ราชบุรี ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งทุกหัวหนังสือถ้าผิดก็โดนหมด
“ผิดหรือเปล่า ถ้าผิดก็โดนจับ หรือเขาละเว้นนักข่าวไว้ไม่ให้โดนจับ หนังสือพิมพ์ไม่ต้องรับผิดชอบ สภาปฏิรูปประเทศ เสนอ พ.ร.บ.สื่อมาแล้ว รอดูก็แล้วกันรับกันบ้าง ปฏิรูปกันบ้าง ไม่ใช่ดันคนอื่นปฏิรูป แต่สมาคมสื่อไม่ปฏิรูปตัวเองเป็นบุคคลพิเศษหรือยังไง” นายกฯ กล่าว
สำหรับในส่วนนักศึกษาถ้าไม่ผิดก็ปล่อย แต่หากผิดก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ผิดก็ปล่อย แต่หากผิดก็ต้องดำเนินการ อย่ามาอ้างว่าเป็นนักศึกษาแล้วทำผิดได้หมด ทุกคนถือกฎหมายอันเดียวกันหมด ไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม
ด้าน นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และนายสุปัน รักเชื้อ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายทวีศักดิ์ เกิดโภคา ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไท โดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาโดยเร็ว เพราะหลักฐานยังไม่ชัดเจน
“การอ้างว่านักข่าวนั่งรถไปกับแหล่งข่าวถือเป็นความผิดนั้นจะกระทำไม่ได้ เพราะตามปกตินักข่าวจะต้องลงพื้นที่ทำงานข่าวให้ทันกับเวลา ดังนั้นการเดินทางอาจมีความจำเป็นที่จะอาศัยติดรถแหล่งข่าวลงไปทำข่าวด้วยก็ถือเป็นเรื่องปกติ เป็นไปตามหลักสิทธิเสรีภาพบนความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้” นายปราเมศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันศาลจังหวัดราชบุรีได้ขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวทั้งหมด เป็นเวลา 12 วัน พร้อมอนุญาตให้ประกันตัว 5 ผู้ต้องหา พ.ร.บ.ประชามติ ด้วยหลักทรัพย์คนละ 1.4 แสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไขใด
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การแจกจ่ายเอกสารความเห็นแย้งสามารถทำได้ เพราะเป็นความเห็นส่วนตัวและไม่เข้าข่ายการปลุกระดม หากทำเป็น ทำได้อยู่แล้ว
“วันนี้ศัพท์เรียกกันว่าปลอม ก็อย่าไปหัวหมอเรียกอย่างโน่น อย่างนี้เลย รวมความคือไม่ใช่ของจริงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทำ จึงทำให้คนเข้าใจว่าเป็นฉบับที่ กรธ.ทำ หากเป็นเช่นนั้นก็เข้าข่ายมาตรา 61 วรรคสอง แต่ถ้าเป็นความเห็นต่างจาก กรธ.ไม่ใช่การปลอมอะไร” นายวิษณุ กล่าว







