
พท.ท้าจับรธน.ปลอม
เพื่อไทยจี้ คสช. กกต.เร่งสอบข้อเท็จจริงเอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอม พบผิดดำเนินคดีเลย
เพื่อไทยจี้ คสช. กกต.เร่งสอบข้อเท็จจริงเอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอม พบผิดดำเนินคดีเลย
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบเอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอมและมีนายทุนหนุนหลัง
“หากพบการกระทำความผิดก็ดำเนินคดีได้อยู่แล้ว ไม่ควรนำประเด็นมาขยายดิสเครดิตกันทางการเมือง ลักษณะมโน จับแพะชนแกะ เช่น บอกว่าพบที่ จ.เชียงใหม่ พยายามจะเชื่อมโยงไปถึงใครหรือไม่ เหตุใดไม่ตรวจสอบว่า จ.สุราษฎร์ธานี ตรัง สงขลา มีเอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอมหรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การเปิดประเด็นนี้เหมือนใช้วิชามารแบบโลว์คอสต์ ทำงานการเมืองแบบโบราณ ทำลายบรรยากาศประชามติให้เสียไปหรือไม่ ควรเอาเวลาไปเร่งส่งเอกสารสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญฉบับจริงให้ถึงมือประชาชนจะดีกว่า
ทั้งนี้ ไม่มีความจำเป็นที่ฝ่ายการเมืองจะไปทำร่างรัฐธรรมนูญปลอมให้เสียเวลา ขนาดไม่เห็นฉบับจริงประชาชนยังตัดสินใจได้แล้ว ถ้าเห็นสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญฉบับจริง ยิ่งจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ขอให้ทุกฝ่ายหยุดทำลายบรรยากาศประชามติได้แล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ผลการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ไม่มีผลที่จะทำให้ประเทศชาติเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ และรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นตัวชี้วัด เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติตาม
“แต่หากไม่ผ่านการทำประชามติในครั้งนี้ มองว่าบ้านเมืองยังไม่ถึงขั้นเกิดความวุ่นวาย เพราะยังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดูแลความสงบเรียบร้อย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เชื่อว่าภายหลังการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีการคลายข้อจำกัดทางการเมือง และเดินหน้าเลือกตั้งตามโรดแมป คสช. ในปี 2560 จึงมองว่าการทำประชามติครั้งนี้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงการเปลี่ยนผ่าน
ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจประชาชนจากกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 15 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 5,687 ตัวอย่าง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ หรือ 54.3% มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ 34.2% มีความสุขปานกลาง และ 11.5% มีความสุขน้อยถึงน้อยที่สุด
ทั้งนี้ เมื่อแยกออกเป็นคนที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญกับคนที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า คนที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ หรือ 57.1% มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ซึ่งมากกว่ากลุ่มคนที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่พบว่ามีอยู่ 47.2% ที่มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด







