
พท.เผยแม้วตัดสินใจยกเลิกงานวันเกิดเองไม่มีใครขู่
เพื่อไทยยัน คสช.ไม่ได้แจ้งเตือนห้ามเดินทางไปงานวันเกิดทักษิณ ชี้เจ้าตัวตัดสินใจยกเลิกจัดงานวันเกิดเอง ไม่มีใครข่มขู่
เพื่อไทยยัน คสช.ไม่ได้แจ้งเตือนห้ามเดินทางไปงานวันเกิดทักษิณ ชี้เจ้าตัวตัดสินใจยกเลิกจัดงานวันเกิดเอง ไม่มีใครข่มขู่
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่า คสช.แจ้งเตือนผู้ที่จะไปร่วมงานวันเกิด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าไม่อยากให้เดินทางกันไปเป็นจำนวนมาก และหากเดินทางออกไปกันแล้วอาจจะไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้ ทำให้บรรดานักการเมืองไม่กล้าเสี่ยงเดินทางไปจนทำให้นายทักษิณ ตัดสินใจการยกเลิกการจัดงานวันเกิดที่ฮ่องกง และไปจัดงานวันเกิดเฉพาะครอบครัวที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนแทนนั้น ยืนยันว่่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่อย่างใด จากการสอบถามคนที่จะเดินทางไป ยืนยันตรงกันว่า ไม่มีกรณี คสช.แจ้งเตือนห้ามเดินทาง เพราะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 25/2559 ได้ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว ทำให้นักการเมืองสามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ จึงไม่ใช่หน้าที่ที่คสช.จะไปดำเนินการก้าวล่วงสิทธิการเดินทางใดๆ
นอกจากนี้ประเด็นกลัวว่าเดินทางออกไปแล้วจะกลับไม่ได้ ยิ่งไร้เหตุผล เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใดของประเทศ ห้ามคนไทยที่เดินทางออกไปโดยชอบแล้วกลับเข้าประเทศตัวเองไม่ได้ นายทักษิณ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ย่อมตระหนักและปรารถนาดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองไม่ต่างจากคนไทยทุกคน แม้การจัดงานวันเกิดเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกสามารถทำได้โดยชอบ แต่นายทักษิณก็เกรงว่าอาจจะกระทบต่อบรรยากาศของบ้านเมือง โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงวันลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. การยกเลิกงานวันเกิดเป็นการตัดสินใจของนายทักษิณเอง ไม่มีใครมาข่มขู่
"ก่อนหน้านี้เคยขอให้ก้าวข้าม นายทักษิณ วันนี้ขอให้ก้าวข้ามการจัดงานวันเกิด นายทักษิณด้วย เรื่องนี้ควรจบได้แล้ว"นายอนุสรณ์กล่าว
นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี 2 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกร้องให้ นายทักษิณ กลับประเทศไทยเพื่อรับโทษตามกฎหมายนั้น ได้ชี้แจงหลายครั้งว่าคดีของ นายทักษิณ เกิดจากผลพวงของการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2549 ตั้งคตส.ที่รวบรวมเอาบุคคลที่มีอคติและมีจุดยืนเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองมาสอบสวน ซึ่งผิดหลักนิติธรรมชัดเจน ถ้า 2 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์หาสิ่งที่เป็นสาระหรือเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมาสื่อสารไม่ได้ ก็หยุดพูดเสียบ้าง ไม่มีใครว่า ไม่จำเป็นต้องไปเอาประเด็นการเมืองเก่าๆซ้ำซากมากล่าวหาอีกฝ่าย ทำลายบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ของบ้านเมืองไปเปล่าๆ และสิ่งที่ฝ่ายการเมืองควรจะต้องทำในเวลานี้ คือร่วมกันหาทางออกหรือแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมานำเสนอต่อสังคม







