
สองบิ๊กสภาพร้อมยื่นศาลปกครองกรณีถูกปลดออก
อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมาย- อดีตรองเลขาธิการสภาฯ พร้อมยื่นศาลปกครอง ฟ้องพรเพชรปลดออกไม่ถูกต้อง ยัน ขนดินสร้างสภาใหม่-สร้างพระไร้ทุจริต
อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมาย- อดีตรองเลขาธิการสภาฯ พร้อมยื่นศาลปกครอง ฟ้องพรเพชรปลดออกไม่ถูกต้อง ยัน ขนดินสร้างสภาใหม่-สร้างพระไร้ทุจริต
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00น. ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มามอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายสมชาติ ธรรมศิริ อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และนายคุณวุฒิ ตันตระกูล อดีตรองเลขาธิการสภาฯ หลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา มีคำสั่งปลดนายสมชาติจากกรณีที่ใช้ตำแหน่งประธานสโมสรรัฐสภา อนุมัติเงิน จำนวน 3.4 ล้านบาท ให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยืมเพื่อดำเนินโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล และนายคุณวุฒิ จากรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่ฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการดิน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ตนได้ลงนามรับทราบคำสั่งปลดออกแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ก.ค. โดยหลังจากนี้ตนจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ภายใน 30 วัน ซึ่งเชื่อว่า ทางก.ร. ที่มีนายพรเพชร เป็นประธานนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับตน โดยได้เคยชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่าคณะกรรมการบริหารจัดการดินฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายดิน มีเพียงหน้าที่การประสานงานและทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ เท่านั้น ซึ่งตนยืนยันว่าไมได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ราชการเสียหาย
นายคุณวุฒิ กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่ผลสอบระบุว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการดิน ที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่จนทำให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรัฐสภา ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการเช่าพื้นที่เอกชนเพื่อใช้เป็นสำนักงานและเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนต้องถูกปลดออกนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามี 4 หน่วยงานในพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้แก่ ชุมชนทอผ้า, ห้องสมุดของกรุงเทพมหานคร, กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม และโรงเรียนโยธิบูรณะ ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันตามกำหนด แต่ไม่ถูกระบุว่าสร้างความเสียหายให้กับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่
“พอทราบถึงผลสอบดังกล่าวว่าจะออกมาแบบนี้ แต่ไม่ขอยอมรับ เพราะไม่เคยโกง ไม่เคยถูกสอนให้โกง และไม่ยอมในสิ่งที่ผิด เพราะหากตนยอมแล้ว เมื่อตายจะไปตอบคำถาม กับนายประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ อดีตเลขาธิการสภาฯ ปี 2503 เป็นตาของตนที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งมีความเกี่ยวโยงเป็นญาติกับนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ ได้อย่างไร ทั้งนี้หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ก.ร.จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองต่อไป”นายคุณวุฒิ กล่าว
ด้านนายสมชาติ กล่าวว่า จะขอให้สิทธิยื่นอุทธรณ์ เพื่อต่อสู้ในสิทธิและความเป็นธรรมต่อก.ร.และหาก/ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะยื่นศาลปกครองเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการตัดสินที่ไล่ตนออกจากตำแหน่งนั้น เมื่อพิจารณาในข้อมูลและเหตุผลแล้ว ไม่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากในข้อเท็จจริง สโมสรรัฐสภาถือเป็นส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งการที่สโมสรรัฐสภา ให้สภาฯ ยืมเงิน 3.4 ล้านบาทเพื่อสร้างวัตถุมงคลนั้นเป็นไปตามมติของคณะกรรมการสโมสรรัฐสภา ไม่ใช่เป็นคำสั่งของตนแต่เพียงลำพัง เพราะเป็นผู้ลงนามตามมติของคณะกรรมการฯ ซึ่งภายหลังจากที่สโมสรรัฐสภาให้ยืมเงินแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ทยอยคืนเงินให้กับสโมสรรัฐสภา แต่เป็นการทยอยส่งคืน เนื่องจากการจำหน่ายวัตถุมงคลนั้นต้องอาศัยเวลาการในการจำหน่าย
"ไม่ยอมรับกับผลการตรวจสอบดังกล่าว เพราะในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคณะกรรมการสอบสวนนั้นให้เวลาชี้แจงข้อกล่าวหาเพียง 17 วันเท่านั้น อีกทั้งทางคณะกรรมการฯ ไม่ได้เชิญบุคคลที่ตนเสนอให้เป็นพยาน อาทิ นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาฯ และผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ขอตั้งข้อสังเกตว่ากรณีสอบสวนทำไมใช้เวลาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต่างจากการสอบสวนการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างในสภาผู้แทนราษฎร อาทิ โครงการการปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ, โครงการปรับปรุงลานหินอ่อน บริเวณพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 หรือ โครงการปรับปรุงแท่นพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ที่ใช้เวลาตั้งเรื่องสอบสวน นานถึง 2 ปี แต่ขณะนี้ผลสอบยังไม่ปรากฏ"นายสมชาติ กล่าว







