
สุริยะใสเชื่อปมร่างรธน.ปลอมเป็นขบวนการต้านคสช.
สุริยะใส ชี้ร่าง รธน.ปลอม เป็นสงครามชิงมวลชนสะท้อนขบวนการต้านคสช.ไม่หวังผลประชามติ แต่หวังเป็นเงื่อนไขจัดตั้งชี้นำมวลชนสู่เกมใหญ่ทางการเมือง
สุริยะใส ชี้ร่าง รธน.ปลอม เป็นสงครามชิงมวลชนสะท้อนขบวนการต้านคสช.ไม่หวังผลประชามติ แต่หวังเป็นเงื่อนไขจัดตั้งชี้นำมวลชนสู่เกมใหญ่ทางการเมือง
นายสุริยะใส กตะศิลารองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าคลิปและเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญปลอมที่แพร่หลายอยู่ในขณะนี้สะท้อนขบวนการต่อต้าน คสช.โดยกลุ่มอำนาจเก่าที่พยายามใช้กระบวนการประชามติและวันลงประชามติ 7 ส.ค.เป็นแค่เครื่องมือจัดตั้งทางการเมืองเพื่อช่วงชิงมวลชน จัดตั้งและเตรียมการต่อสู้เคลื่อนไหวหลังลงประชามติ เพื่อเป้าหมายบางอย่างทางการเมือง
"ขบวนการนี้คล้ายขบวนการล้มเจ้าที่ปล่อยคลิปและเอกสารบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตรย์ และน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือแนวร่วมกัน คนกลุ่มนี้จะไม่หวังว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าประชามติไม่ผ่านก็เข้าทาง ถ้าผ่านก็จะโยงสู่เรื่องอื่น เพื่อปั่นหัวมวลชนว่านี่เและป็นยุทธศาสตร์ของอำมาตย์ต้องการเล่นงานใครบางคน"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่าสงครามชิงมวลชนรอบนี้จะบ่งบอกทิศทางการเมืองช่วงก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งได้มากทีเดียว อดีต สส.บางพรรคบางคนอาจต้องลงทุนหนักเพื่อให้ผลโหวตในพื้นที่ตัวเองออกมาทางใดทางหนึ่งให้เด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงการได้อำนาจต่อรองหรือได้สิทธิลงสมัคร สส.ต่อไปด้วย
นอกจากนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.ตั้งรับมากเกินไปคือไปแก้โจทย์ที่อีกฝ่ายวางกับดักไว้ และการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเนื้อหายังเน้นการเมืองระดับโครงสร้าง แต่ให้ความสำคัญกับการเมืองระดับชาวบ้านหรือปากทัองประชาชนน้อยไป ซึ่ง กรธ.ควรจะย่อยออกมาให้ชัดว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้านจะปรับเปลี่ยนไปในทางทีดีขึ้นอย่างไรบ้าง
"ที่น่าห่วงคือผู้มีสิทธิลงประชามติที่เป็นคนหนุ่มสาวอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นจำนวนเสียงที่มีจำนวนมากกว่าแต่ก่อนกลับเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่เข้าใจและไม่รู้ว่ามีประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ คนกลุ่มนี้เข้าถึงสื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียมาก แต่การประชาสัมพันธ์ของ กรธ.กับ กกต.ยังใช้ประโยชน์จากสื่อโซเชียลมิเดียน้อยเกินไป"นายสุริยะใสกล่าว







