
ชาวบ้านแห่แจ้งเบาะแสนายทุนรุกที่ส.ป.ก.ในกาญจนบุรี
กาญจนบุรี - ชาวบ้านแห่แจ้งเบาะแสนายทุน-ผู้มีอิทธิพลรุกที่ดินส.ป.ก.ในจังหวัด เจ้าหน้าที่เตรียมนำที่วัดเสือจัดสรรให้เกษตรกรทำกิน
กาญจนบุรี - ชาวบ้านแห่แจ้งเบาะแสนายทุน-ผู้มีอิทธิพลรุกที่ดินส.ป.ก.ในจังหวัด เจ้าหน้าที่เตรียมนำที่วัดเสือจัดสรรให้เกษตรกรทำกิน
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.)กาญจนบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรี เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยนายทุนหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพล ตลอดจนการออกเอกสาร สค.1 นส.3 หรือโฉนด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้โทรแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-564320 เบอร์มือถือ 093-3264991 หรือโทรสายด่วน 1764 หรือส่งหนังสือร้องเรียนมาที่ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี 100/22 ถ.แม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000 ปรากฏว่า ได้มีประชาชนโทรเข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าได้ผลตอบรับเกินคาด แสดงให้เห็นว่ายังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากต้องการที่จะร้องเรียน แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ได้ที่ใด และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยภายหลังจากร้องเรียน
ทั้งนี้ส.ป.ก.กาญจนบุรี จะเก็บข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนไว้เป็นความลับ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ในทันที และล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนเพิ่มเติม ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ข้างเคียงกับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน รวมอีก 2 แปลง โดยแต่ละแปลงมีเนื้อที่มากกว่า 500 ไร่ แต่อย่างไรก็ตามการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่แต่ละแปลงตามที่ได้รับการร้องเรียน จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ครอบครองที่ดินด้วย
พร้อมกันนี้ทาง ส.ป.ก.จะร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการตรวจสอบวัดทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินในเขต ส.ป.ก.เพื่อกำหนดให้ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการทางพุทธศาสนาเป็นหลักเท่านั้น หากพบว่ามีการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดเงื่อนไข หรือมากเกินความจำเป็น ก็จะพิจารณาลดขนาดจำนวนเนื้อที่ลง
สำหรับที่ดิน ส.ป.ก. ที่วัดป่าหลวงตาบัวฯ ได้ทำการบุกรุก จำนวนกว่า 931 ไร่ และที่ดินข้างเคียงที่ถูกบุกรุก ซึ่งติดกับถนนสาย 323 หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค เนื้อที่ จำนวน 1,263 ไร่ ซึ่งภายในพื้นที่ดังกล่าวพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 2 หลัง แต่ไม่ได้ทำการเพาะปลูกพืชเกษตรแต่อย่างใด ทาง ส.ป.ก.ได้นำป้ายไปติดตั้งแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. โดยอาศัยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมเนื้อที่ทั้ง 2 แปลงดังกล่าว ประมาณ 2,200 ไร่ ทาง ส.ป.ก.จะนำมาจัดสรรเป็นที่ดินแปลงรวมประมาณ 1,000 ไร่ และในส่วนที่เหลืออีก 1,000 ไร่ จะนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรรายละ 3 ไร่ ซึ่งจะสามารถจัดสรรให้กับเกษตรได้กว่า 300 ราย
ส่วนสิ่งปลูกสร้างมูลค่ามหาศาลภายในพื้นที่ที่วัดป่าหลวงตาบัวฯ จะได้แจ้งให้ผู้ครอบครองมาทำการรื้อถอนออกไปจากพื้นที่ แต่หากไม่รื้อถอน ทาง ส.ป.ก.จะนำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร เบื้องต้นในส่วนของอาคารที่พักคนงาน ซึ่งเป็นตึก 4 ชั้น และอาคารห้องน้ำ อาจจะนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้อยู่อาศัย ส่วนพระมหาเจดีย์ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาจจะนำมาจัดเป็นสถานที่เก็บและแปรรูปสินค้าเกษตรของเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์ต่อไป
จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินแปลงที่มีเนื้อที่ จำนวน 1,263 ไร่ มีป้ายแสดงความเป็นเจ้าของติดไว้อย่างชัดเจน โดยป้ายดังกล่าวมีข้อความเขียนไว้ว่า "พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของ น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ ผู้บุกรุกจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย"







