posttoday
‘ปิติ ดิษยทัต’ยกระดับงานวิจัย สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

‘ปิติ ดิษยทัต’ยกระดับงานวิจัย สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

10 กรกฎาคม 2559

ปฏิเสธยากว่างานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยขณะนี้มีไม่มาก แม้แนวโน้มทุกประเทศทั่วโลกจะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ปฏิเสธยากว่างานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยขณะนี้มีไม่มาก แม้แนวโน้มทุกประเทศทั่วโลกจะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้รัฐบาลชุดนี้จะพยายามส่งเสริม แต่การลงทุนด้านนี้ยังน้อยเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ เพราะงานวิจัยอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจได้ยาก และผลจับต้องไม่ได้ทันที ทั้งที่มีคุณูปการอย่างมากต่อการสร้างพื้นฐานที่ดีของระบบเศรษฐกิจ รองรับการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคตก็ตาม แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยหันมาลงมือทำและส่งเสริมงานวิจัยกันมากขึ้น หนึ่งในนั้นต้องนับ ดร.ปิติ ดิษยทัต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (สปค.) ด้วย

ปิติ จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Princeton University เขียนวิทยานิพนธ์ภายใต้การกำกับดูแลของ Ben Benanke นักเศรษฐศาสตร์ จาก Princeton ซึ่งตอนหลังก้าวมาเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของสหรัฐ หลังเรียนจบ เขาเข้าทำงานที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลับมาทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนจะมารับหน้าที่ผู้อำนวยการ สปค. ถือเป็นนักเศรษฐศาสตร์มือดีคนหนึ่ง เพราะเป็นคนไทยคนเดียวในรอบหลายสิบปี ที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับ 1 ใน 5 ของโลก จากผลงานเรื่อง “บทบาทของธนาคารพาณิชย์เมื่อค่าเงินถูกโจมตี”

การตัดสินใจรับทำหน้าที่ใน สปค.นั้น ปิติ เล่าว่า มีเจตนาจะเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะทำให้ สปค.เป็นพื้นที่ส่วนกลางในการรวบรวมและเป็นฐานข้อมูลงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อเป็นแหล่งความรู้ของประชาชนและผู้ดำเนินนโยบาย สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านงานวิจัยได้ง่ายขึ้น จากปัจจุบันที่แหล่งงานวิจัยจะอยู่กระจัดกระจาย ไม่มีการรวบรวมไว้ในแหล่งเดียวกัน โดยจะมีการรวบรวมรายชื่อนักวิจัยเศรษฐศาสตร์และจัดเรียงตามความถนัดของงานวิจัยในแต่ละด้านเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อการสืบค้น และหาข้อมูลเฉพาะด้าน จะได้ทำการวิจัยเชิงลึกได้มากขึ้น

“ถ้ารวบได้ก็จะสามารถยกระดับงานวิจัยให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความยั่งยืนในระยะยาว เป็นถังความคิดขนาดใหญ่ คือเราอยากเป็นตัวช่วยหรือแม่งานให้งานวิจัยในประเทศไทย เพราะแม้ว่าจำนวนงานวิจัยในไทยจะมีไม่น้อย แต่ก็อยู่กระจัดกระจาย ความเข้มข้น บรรยากาศยังไม่เพียงพอ งานวิจัย นักวิจัย มีคนรู้จักบ้างแต่น้อย และงานวิจัยก็กระจัดกระจายไม่มีแหล่งรวม เราเลยอยากเป็นพื้นที่ส่วนกลางรวบรวมงานวิจัย และมีช่องทางเผยแพร่ที่เด่นชัดขึ้น บวกกับรวมพลังผู้วิจัย ให้มีพื้นที่ที่จะมาดูได้ว่ามีใครเป็นใครในแต่ละแขนงของงานวิจัย ทำให้ผู้ดำเนินนโยบายหรือประชาชนเข้าถึงงานวิจัยเชิงลึกได้” ปิติ เล่าถึงความตั้งใจ

เขายังเล่าอีกว่า ในการทำวิจัยให้เป็นกระบวนการ ไม่ใช่เขียนมาแล้วจบ แต่จะต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการนำไปใช้ ซึ่งต้องมีการกลั่นกรอง โต้แย้ง ถกเถียง แลกเปลี่ยน กันพอสมควร เพื่อให้ตกผลึก หรือได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด ก่อนจะนำไปเป็นแง่คิดในการกำหนดนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือนำไปแก้ไขปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแก้ไขการเข้าถึงบริการทางการเงินใดๆ เพราะงานวิจัยนั้น สุดท้ายต้องนำไปประยุกต์ใช้

ประโยชน์ของงานวิจัย คือ หากมีความหลากหลายขึ้น ต่อไปการทำนโยบายรัฐจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการที่อิงกับงานวิชาการมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชน พื้นฐานเศรษฐกิจ ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

จึงถือเป็นพันธกิจที่ท้าทายของ ปิติ เพราะทำในเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่จะค่อยๆ ส่งผลดีขึ้นในระยะยาว ทำให้ถังความคิดที่มีอยู่มากมาย แพร่หลายออกไป ช่วยสร้างความเข้าใจ ยกระดับความรู้ด้านการเงินของคนได้

สำหรับ สปค.นั้น งานวิจัยของนักวิจัยใน สปค. จะเน้นการศึกษาวิจัยใน 3 ด้าน คือ นโยบายการเงิน ระบบการเงิน และเศรษฐกิจมหภาค เพื่อรองรับการทำงานของ ธปท. ในระยะ 3 ปีข้างหน้าเป็นหลัก เป็นการวิจัยจากถังข้อมูลขนาดใหญ่ ไม่ว่าข้อมูลจากเครดิตบูโร จากการรายงานธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์ที่รายงาน ธปท. และยังมีนักวิชาการจากภายนอกเสนอข้อศึกษาอื่นๆ ที่ไม่จำกัดเรื่องเข้ามา โดย สปค.เป็นผู้สนับสนุนด้วย ทำให้งานวิจัยหลากหลายด้านยิ่งขึ้น

เมื่อมีฐานข้อมูลที่ดีและมากพอ จะมีผลต่อการทำนโยบายและติดตามภาวะด้านต่างๆ ได้ดีขึ้น เพราะยุคนี้ข้อมูลสำคัญ และมีข้อดี คือ 1) ทำให้ศึกษาเข้าใจกลไกการเชื่อมต่อ เข้าใจระบบเศรษฐกิจได้ดีขึ้น 2) สามารถติดตามภาวะต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เตือนภัยในสิ่งที่ยังไม่เกิดได้ และ 3) ใช้ประเมินมาตรการหรือนโยบายได้ ถ้า 3 อย่างนี้หายไปจะดำเนินนโยบายภายใต้หลักอะไร อันนี้สำคัญ เพราะงานวิชาการไม่ได้ยึดติดกับผลประโยชน์ของตัวบุคคลและองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไร้อคติ

และจากความตั้งใจข้างต้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าต่อไปเมื่อมีปัญหาในการกำหนดนโยบาย เช่น การขึ้นค่าแรง 300 บาท การยกเลิกขึ้นบัญชีดำคนผิดนัดชำระ จะมีข้อดีจริงหรือไม่ หรือทำให้หนี้เสียเพิ่ม และปัญหาอื่นๆ ในอนาคตอาจจะหมดไปหรือมีน้อยลง เพราะมีข้อมูลงานวิชาการที่มีการศึกษาวิจัยมาอ้างอิงได้ว่า การดำเนินการเช่นนั้น จริงๆ แล้ว มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ก่อนจะดำเนินการ

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นทิศทางของการยกระดับพื้นฐานเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืน เพราะการดำเนินนโยบายแต่ละด้าน ล้วนมีผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนและสาธารณะ การตัดสินใจดำเนินนโยบายจึงควรยืนอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องทางวิชาการ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท