posttoday
ประชามติกับผู้รับผิดชอบ

ประชามติกับผู้รับผิดชอบ

10 กรกฎาคม 2559

ความรับผิดชอบเป็นหลักบริหารที่สำคัญ ความรับผิดชอบนี้ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Responsibility มีความหมายในภาษาไทย ว่า

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

ความรับผิดชอบเป็นหลักบริหารที่สำคัญ

ความรับผิดชอบนี้ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Responsibility มีความหมายในภาษาไทย (แปลจาก An English - Readers Dictionary ของ Oxford University Press) ว่า “ภาระหรือสิ่งที่ต้องทำ” ของบุคคลผู้มีตำแหน่งหน้าที่จากการที่บุคคลผู้นั้นทำหน้าที่ผิดพลาดหรือทำให้เกิดความเสียหาย โดยไม่ต้องมีใครบอกหรือร้องขอ

จากความหมายนี้ย่อมมีความชัดเจนอย่างยิ่งว่า ความรับผิดชอบเป็น “จริยธรรม” คือการกระทำที่ดีของผู้บริหาร โดยที่ผู้บริหารจะต้องมีสำนึกหรือความตระหนักในเรื่องนี้โดยอัตโนมัติ คือถ้าผู้บริหารทำอะไรผิดพลาดก็ต้องรู้ทันทีว่าจะต้องแสดงออกต่อความผิดพลาดนั้นอย่างไร เช่น ขอโทษ หรือลาออกจากตำแหน่ง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็มีหลักทางด้านจริยธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะต้องเป็นความผิดพลาดอันเกิดจากการทำงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น เช่น เราเป็นผู้บริหารด้านการเงินของธนาคาร เมื่อมีความผิดพลาดด้านการเงินที่เราดูแลอยู่ เราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่ถ้าเกิดไฟไหม้ธนาคาร ก็ควรเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายอาคารสถานที่หรือฝ่ายรักษาความปลอดภัย หาใช่ความรับผิดชอบของฝ่ายการเงินแต่อย่างใดไม่

สำหรับการบริหารประเทศอันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของนักการเมือง ความรับผิดชอบของนักการเมืองจึงมีขอบเขตกว้างขวางกว่านักบริหารในองค์กรต่างๆ ทั้งนี้โดยหลักทางจริยธรรมสำหรับนักบริหาร นักการเมืองก็ต้องยึดหลัก “สำนึกรู้ดีชั่วโดยอัตโนมัติ” เช่นเดียวกันกับนักบริหารทั้งหลาย แต่ด้วยเหตุที่นักการเมืองจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนอีกด้วย อย่างเช่นในระบอบประชาธิปไตยที่นักการเมืองต้องได้รับ “ฉันทานุมัติ” ผ่านการเลือกตั้ง นักการเมืองก็ต้องยอมรับ “พันธสัญญา” ที่ทำไว้กับผู้เลือกตั้ง ได้แก่ นโยบายและโครงการที่จะต้องทำให้สำเร็จ ตลอดจนการประพฤติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะที่เป็น “ตัวแทน” ของผู้คน ดังนั้นแม้แต่ความประพฤติส่วนตัวที่ผิดพลาดบกพร่อง นักการเมืองก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสิ่งที่นักการเมืองต้องทำล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ๆ คือส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ความรับผิดชอบจึงต้องมากมายมหาศาลตามไปด้วย (อย่างที่ในเรื่อง Spider Man จะมีคำคมของเรื่องว่า “พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ย่อมาจากความรับผิดชอบอันไพศาล - Great power derive from great responsibility)

ขณะนี้กำลังจะมีการออกเสียงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับมีชัย” แต่ก็มีปัญหาว่าถ้าผู้มาออกเสียง “ไม่รับร่าง” รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะต้องมีใครรับผิดชอบ และต้องรับผิดชอบในลักษณะอย่างไร

หากจะพิจารณาจากหลักการข้างต้น อาจจะบอกได้ว่า “ใครบ้าง” จะต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องถึง 5 กลุ่มด้วยกันคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รัฐบาล (ครม.) คณะกรรมการยกร่าง (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย “ฐานานุรูป” หรือตำแหน่งหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

เริ่มต้น คสช. อาจจะต้องอยู่ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด เนื่องจากเป็นรัฏฐาธิปัตย์หรือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในระบบการเมืองของไทยขณะนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2559 ที่ให้อำนาจอย่างมหาศาลไว้ในมาตรา 44 รวมถึงที่เป็นผู้กำกับดูแล สนช. กับ ครม. ที่เป็นเครื่องมือในการออกกฎหมาย (พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2559) และบริหารราชการ ตลอดจนมีอิทธิพลต่อการทำร่าง พ.ร.บ.ในเรื่องนี้ของ กกต. แต่ที่สำคัญก็คือเป็นผู้กำหนด “โรดแมป” ที่ให้คำมั่นสัญญากับคนไทยว่าต้องมีการเลือกตั้ง

สำหรับ สนช.และ ครม.น่าจะต้องมีความรับผิดชอบที่เท่าเทียมกัน เพราะมีฐานะเป็นแค่ “ลูกมือ” ในการทำงานให้ คสช.ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่เนื่องจากเป็นคณะบุคคลที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ (สนช. 250 คน ครม. 35 คน) จึงอาจจะมีการเกี่ยวกันว่าใครควรจะรับผิดชอบเท่าไร แต่ทั้งนี้โดยหลักการควรจะต้องเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน โดยเฉพาะ ครม.จะมีหลักสากลอยู่แล้วว่า จะต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งคณะ ทั้งนี้บางทีก็อาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะต้องทำหน้าที่ภายใต้การครอบงำของ คสช.นั่นเอง

สำหรับ กรธ.ที่หลายๆ คนคิดว่าน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ก็ดูจะมีฐานะคล้ายๆ กันกับ สนช. และ ครม. คือทำงาน “ตามสั่ง” ของ คสช. เหมือนว่า กรธ.ก็ทำหน้าที่แค่ “รับจ้างทำของ” ซึ่งในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างหรือระเบียบการพัสดุ ก็ขึ้นอยู่กับว่า “ผู้ว่าจ้าง” ซึ่งก็คือ คสช.จะกำหนด TOR หรือสเปกอย่างไร ทั้งนี้ก็ต้องมีกรรมการตรวจรับซึ่งก็คือ คสช.ที่ให้การยอมรับและผลักดัน จนนำมาสู่การทำประชามตินี้

สุดท้ายคือ กกต. ที่ผู้เขียนมองว่าอยู่ในฐานะ “แพะรับบาป” เพราะถูกกำหนดให้ทำทั้ง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ทำทั้งการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งการควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติ ซึ่งค่อนข้างน่าเห็นใจในภาระอันหนักอึ้งและแสนเข็ญนี้ และที่สุดเมื่อผลการทำประชามติออกมา ไม่ว่าจะ “รับ” หรือ “ไม่รับ” ผู้ที่จะต้องถูกโยนกลองมาให้รับผิดชอบก็คือ กกต.

อยู่ที่ว่า กกต.จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท