
เอกชนต้องไม่ปิดโอกาส
พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ บอกว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุที่อยู่ในตลาดแรงงาน
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ บอกว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุที่อยู่ในตลาดแรงงาน และยังมีสมรรถภาพร่างกายเหมาะสมในการทำงานมากที่สุดอยู่ในวัย 60-65 ปี โดยจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีประสิทธิภาพการทำงานสูง รวมถึงพบว่าในภาพรวมสุขภาพยังแข็งแรง มีโรคประจำตัวน้อย และไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่กลับไม่ได้รับการส่งเสริมด้านนโยบายรัฐมากนัก ขณะเดียวกันบริษัทเอกชนหลายแห่งกลับปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ทำงานต่อโดยให้เกษียณอายุที่ 55 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า งานที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้ดี คือ การทำงานประเภทตรวจสอบคุณภาพ หรืองานที่ใช้ทักษะ-ประสบการณ์สูง ซึ่งคนวัยอื่นไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามองค์กรที่จ้างงานจำเป็นจะต้องรู้ศักยภาพของผู้สูงอายุวัยนี้ ว่าไม่ควรให้ทำงานประเภทที่ต้องใช้แรง หรือใช้สายตามากๆ ซึ่งไม่เหมาะสมกับวัย
ส่วนที่หลายคนกังวลว่าการจ้างงานผู้สูงอายุ จะสร้างปัญหาไม่เปิดโอกาสให้ “เลือดใหม่” เข้ามาทำงานแทนนั้น พญ.ลัดดา บอกว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า 1.ทักษะของคนรุ่นใหม่ ไม่สามารถแทนที่คนสูงอายุได้ เพราะยังขาดประสบการณ์ รวมถึงยังไม่เคยเจอสถานการณ์ที่หลากหลายเมื่อเทียบกับคนรุ่นเก่า และ 2.คนรุ่นเก่า แม้ความสามารถในการทำงานที่ใช้แรง หรือใช้เทคโนโลยีอาจตามคนรุ่นใหม่ไม่ทัน แต่องค์กรหลายแห่งจำเป็นต้องใช้คนสูงวัยเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้วัยแรงงานต่อไป
ทั้งนี้ การจ้างงานผู้สูงอายุ จะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนวัยแรงงาน ซึ่งกำลังลดน้อยลงในอนาคต รวมถึงจะแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากรัฐบาลวางแผนด้านประชากรให้ดี โดยส่งเสริมให้วัยทำงานดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมากขึ้น ข้อมูลทางสถิติพบว่า วัยทำงานของไทยจะสามารถทำงานได้จนถึงอายุ 70 ปี ถ้านโยบายรัฐเปิดโอกาส
อย่างไรก็ตาม ยังรู้สึกตกใจกับข้อเสนอของกรมสรรพากรที่จูงใจให้องค์กรจ้างงานผู้สูงอายุวัย 65-70 ปี ด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี เนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพการทำงานจะลดน้อยลง และอาจทำให้นายจ้างรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงานของคนกลุ่มนี้
ขณะเดียวกัน ในปัจจุบันคนกลุ่ม 65-70 ปี ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะอยู่บ้าน แทนที่จะออกมาทำงาน ต่างจากคนวัย 60-65 ปี ที่ยังสามารถทำงานได้ ต้องการทำงาน และมีประสิทธิผลที่ได้จากการทำงานสูง แต่นายจ้างไม่ค่อยให้ความสนใจ จึงไม่เข้าใจว่านโยบายดังกล่าวมีจุดประสงค์อะไร







