
เชียงใหม่ระทม!น้ำท่วมหนัก
น้ำจากดอยสุเทพ ไหลทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ของตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้ถนนหลายสาย ต้องปิดไม่ให้รถทุกชนิดวิ่งผ่าน หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องสามวันที่ผ่านมา ส่วนน้ำป่าถล่มท่วมเมืองลับแลเดือดร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน
น้ำจากดอยสุเทพ ไหลทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ของตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้ถนนหลายสาย ต้องปิดไม่ให้รถทุกชนิดวิ่งผ่าน หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องสามวันที่ผ่านมา ส่วนน้ำป่าถล่มท่วมเมืองลับแลเดือดร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน
เชียงใหม่ สั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ประกาศให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำปิงทั้งสองบฝั่ง เตรียมรับมือ เก็บสิ่งของมีค่า และเครื่องไฟฟ้า ไว้ที่สูง ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่เทศบาลนครเชียงใหม่ เร่งระดมพนกังานทำกระสอบทรายแจกประชาชน
หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องกันมาหลายวัน และในเช้าวันนี้ปรากฏว่าได้มีกระแสน้ำฝนได้ทะลักลงมาจากดอยสุเทพ เข้าสู่ตัวเมืองทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง เป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะชุมชนหลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังแล้ว นายทัศนัย บูรณุปรกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ สั่งรับมือเต็มที่โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าวัดระดับน้ำในแม่น้ำปิงตลอด 24 ชั่วโมง
“ตั้งแต่บ่ายโมงมานี่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่จากสถานีวัดระดับน้ำสะพานนครพิงค์ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูงขึ้นเรื่อยๆราว 3 ซม.ต่อชั่วโมง เมื่อบ่ายวันนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 3.45 เมตร และถ้าเกิน 4 เมตรน้ำปิงก็จะล้นฝั่งได้ เทศบาลได้เตรรียีมกระสอบทรายเพื่อแจกให้กับประชาชนซึ่งสามารถไปขอรับได้ที่แขวงกาวีละได้ตลอดเวลา” อย่างไรก็ตามที่สถานีวัดระดับน้ำแม่ปิง เชิงสะพานนครพิงค์ รายงานว่า คาดว่าน้ำปิงจะล้นฝั่งได้ในเวลาประมาณ 20.00 น.คืนนี้
อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังคงเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เนื่องจาก มีผลพวงมาจากการเมืองที่สับสน ทำให้การทำงานของฝ่ายการเมืองระดับท้องถิ่นมีปัญหาทั้งเรื่องตัวบุคคล และเงินงบประมาณ
นายเฉลิมชาติ นครังกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้แสดงความเป็นห่วงว่า “เชียงใหม่โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมือง นี่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการพิจารณายกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ให้กับเชียงใหม่ เพราะว่าธุรกิจท่องเที่ยวเรากระทบมาก ถ้ามาเจอกับภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมอีกปีนี้คงลำบากไปตามๆกัน ก็อยากจะขอฝากทางเทศบาลต้องเร่งป้องกัน อย่าให้เกิดเหตุซ้ำอีก และอยากจะขอฝากไปถึงรัฐบาลท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วม เวลานี้ต้องพึ่งงบประมาณใหญ่ที่จะขุดลอกแม่น้ำปิงขนานใหญ่ ไม่ใช่ขดลอกกันแค่ 5 กิโล 10 กิโลเฉพาะในเขตเทศบาลเท่านั้นแก้ไม่ได้ ต้องทำกันตลอดสายแม่น้ำปิงถึงจะแก้ได้ทั้งระบบ ก็หวังว่ารัฐบาลจะให้ความสนใจ”
ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำจากดอยสุเทพเมื่อเช้านี้บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ ได้แสดงความไม่พอใจการทำงานของเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่น “เทศบาลปีนี้ไม่ทำอะไรเลย รู้อยู่ว่าฝนมาแล้ว ไม่ได้เตรียมอะไรไม่ได้ขุดลอกคู,คลอง อีกทั้งขยะ ถุงพลาสติกเต็มเมือง นี่ที่มันท่วมสูงก็เพราะมีถุงไปอุดท่อระบาย อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาแก้ปัญหาชาวบ้านเดือดร้อน นี่ดีว่าเป็นวันหยุดไม่งั้นต้องแย่กว่านี้” ชาวบ้านกล่าว
ส่วนที่ อ.ลับแล จ. อุตรดิตถ์ ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ต.ไผ่ล้อมฉับพลันชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของอลหม่านไว้ที่สูงได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน โดยฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ทำให้ระดับน้ำในคลองแม่พร่อง คลองห้วยไผ่ ซึ่งรับน้ำจากตำบลตอนเหนือของอำเภอลับแล (ต.แม่พูล ต.ฝายหลวง ) เริ่มเพิ่มระดับความสูงและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน และถนนภายในหมู่บ้าน ที่หมู่ 2 หมู่ 3 และ หมู่ 6 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล ซึ่งอยู่ทางตอนใต้และเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยผู้นำหมู่บ้านใช้หอกระจายข่าวประกาศให้ลูกบ้านขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูง และน้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวที่ชาวบ้านปลูกลงกล้าไว้โดนน้ำท่วมขังได้รับความเสียหาย







