posttoday
ญี่ปุ่นขอความชัดเจนเรื่องภาษี

ญี่ปุ่นขอความชัดเจนเรื่องภาษี

08 กรกฎาคม 2559

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาหัวข้อ “นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเอเชีย” ในงาน “แบงค็อก นิกเกอิ ฟอรั่ม 2559” ที่มีนักลงทุนญี่ปุ่นร่วมรับฟังกว่า 400 คน ว่ากรณีการลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิต) จะส่งผลกระทบต่อทั้งการเงินและการค้าโลกอย่างแน่นอน แต่ในกรณีของไทยนั้นได้มีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือทั้งด้านภาคการเงินและการค้าไว้แล้ว โดยขณะนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ได้ปรับตัวดีขึ้น เงินบาทแข็งค่าขึ้น สะท้อนว่าในช่วงที่โลกมีความไม่แน่นอน ไทยยังคงเป็นประเทศที่นักลงทุนให้ความมั่นใจที่จะนำเงินมาพักไว้ เช่นเดียวกับกรณีของญี่ป่นที่มีเงินไหลเข้าจนเงินเยนแข็งค่าขึ้นมาก

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาหัวข้อ “นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเอเชีย” ในงาน “แบงค็อก นิกเกอิ ฟอรั่ม 2559” ที่มีนักลงทุนญี่ปุ่นร่วมรับฟังกว่า 400 คน ว่ากรณีการลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิต) จะส่งผลกระทบต่อทั้งการเงินและการค้าโลกอย่างแน่นอน แต่ในกรณีของไทยนั้นได้มีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือทั้งด้านภาคการเงินและการค้าไว้แล้ว โดยขณะนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ได้ปรับตัวดีขึ้น เงินบาทแข็งค่าขึ้น สะท้อนว่าในช่วงที่โลกมีความไม่แน่นอน ไทยยังคงเป็นประเทศที่นักลงทุนให้ความมั่นใจที่จะนำเงินมาพักไว้ เช่นเดียวกับกรณีของญี่ป่นที่มีเงินไหลเข้าจนเงินเยนแข็งค่าขึ้นมาก

ทั้งนี้ ความวิตกต่อปัญหาในยุโรปต่อกรณีเบร็กซิต เป็นการตอกย้ำความไม่เชื่อมั่นต่อทั้งยุโรปและสหรัฐของนักลงทุน ส่งผลอย่างมากต่อภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อย่างมาก โดยเชื่อว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักความสำคัญมายังเศรษฐกิจเอเชียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เอเชียมีเครื่องจักรขับเคลื่อนหลัก 4 เครื่อง คือ เศรษฐกิจจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย

นอกจากเครื่องจักร 4 ประเทศดังกล่าวแล้ว อาเซียนซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 500-600 คน ก็ถือเป็นเครื่องจักรรองและเป็นซัพพลายเชนที่สำคัญของทั้ง 4 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากข้อตกลงอาร์เซ็ปได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้จะทำให้อาเซียนยิ่งมีพลังทางเศรษฐกิจอีกมาก เพราะประเทศที่ร่วมมือในกรอบอาร์เซ็ปมีประชากรรวมกันถึง 50% และมีขนาดจีดีพีถึง 30% ของโลก

“เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่คนเอเชียจะได้คิดใหม่ สร้างขึ้นมาใหม่ เอเชียมีโรงงานผลิตที่ต้นทุนต่ำ หลายประเทศชนชั้นกลางมีการขยายตัวสูงเป็นตลาดขนาดใหญ่ เอเชียให้ความสำคัญกับการศึกษาในสถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐ ขณะนี้โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวะฯ เกินกว่าครึ่งเป็นคนเอเชีย” สมคิด กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโอกาสที่การเติบโตจะมาอยู่ที่เอเชีย ไม่ใช่ประเทศไหนจะดีกว่าใคร ไทยเองก็มีนโยบายที่ต้องการผลักดันให้ประเทศเพื่อนบ้านโตไปพร้อมกันโดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMVT ซึ่งหลังจากนี้จะมีการหารือ มีความร่วมมือในเชิงยุทธ์ศาสตร์กันมากขึ้น

“ไทยให้ความสำคัญที่จะไปสู่การเป็นฮับในการผลิตด้านต่างๆ ทั้งด้านอาหาร การแพทย์และสุขภาพ ดิจิทัล โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว ซึ่งถ้านักลงทุนญี่ปุ่นจะมาร่วมลงทุนก็มีความยินดี และที่ไทยต้องการให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมพัฒนา คือ การลงทุนในการวิจัยและนวัตกรรม นำการลงทุนเข้ามา มาทั้งการลงทุน ซัพพลายเชน และศูนย์วิจัย เพราะไทยจะให้การสนับสนุนการลงทุนเป็นคลัสเตอร์” สมคิด กล่าว

ชินโกะ ซาโต้ ประธานบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) และประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ กล่าวว่า เมื่อรวมตัวเป็นเออีซีแล้ว ประเทศไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางในการผลิตสินค้าของธุรกิจญี่ปุ่นเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่การที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการเติบโตที่รวดเร็ว การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเหล่านั้นก็ต้องเกิดขึ้นเช่นกัน

ด้าน มะซะโอะ ซึเอะมัทซึ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย กล่าวว่า ธุรกิจหลักของบริษัท คือ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีไทยเป็นฐานผลิตหลัก แต่ในภูมิภาคอาเซียนจะเห็นว่าทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ มีความต้องการใช้รถเพิ่มขึ้น อนาคตจะต้องเกิดการขยายธุรกิจของกลุ่มยานยนต์ไปประเทศดังกล่าว แต่ต้องยอมรับว่าในเชิงเทคโนโลยีแล้วยังสู้ประเทศไทยไม่ได้ ดังนั้นแม้เวียดนามและฟิลิปปินส์จะผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศได้มากขึ้น แต่ไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ไฮเทคกว่าเพื่อส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ นอกภูมิภาค

ไคโซ ไซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานฝ่ายบริหาร สินค้าอุปโภคบริโภคธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท คาโอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แม้นักธุรกิจญี่ป่นจะมองตรงกันถึงโอกาสในอาเซียนและไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคยังมีหลายประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่น กรณีของโลจิสติกส์ที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกันจริง รวมทั้งต้องทำระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (ซิงเกิ้ลวินโดว์) ให้ใช้ได้จริง

นอกจากนี้ ประเด็นที่นักลงทุนญี่ปุ่นเห็นว่าในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องทำให้ชัดเจน คือ เรื่องของภาษี โดยผู้บริหารของเด็นโซ่ มองว่า ขณะนี้ทางการไทยออกนโยบายที่ตอบโจทย์ตรงความต้องการของนักลงทุนโดยเฉพาะการส่งเสริมให้มีการตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย (IHQ) ซึ่งเด็นโซ่ได้ย้าย IHQ จาก สิงคโปร์มาที่ไทยเกือบหมดเหลือไว้แต่เฉพาะส่วนของการเงิน แต่ยังมีอีกอย่างที่อยากให้ทำให้ชัดเจน คือ นโยบายด้านภาษี เช่น เรื่องของภาษีเงินได้ที่สำหรับบุคคลธรรมดาของผู้บริหารต่างชาติจะเสียอยู่ที่ 15% จากปกติที่เสีย 35% แต่นโยบายนี้ก็เพิ่งจะออกมา ทำให้ก็ยังมีความกังวลว่าจะมีการตรวจสอบในภายหลังหรือไม่

“ยังมีความกังวลว่าถ้าหากแยกบริษัทออกมาจากบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อตั้งเป็น IHQ จะทำให้ได้รับการส่งเสริมตามนโยบายของบีโอไอหรือไม่ จะคำนวณภาษีอย่างไร สิทธิประโยชน์อย่างไร จุดนี้อยากให้มีความชัดเจน” ผู้บริหารของมิตซุยฯ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท