
เก็บขยะ...ภูกระดึง (2)
โดย...วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์
ความเดิมจากตอนที่แล้ว ผมในฐานะประธานองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ชวนอาสาสมัครไปปีนเขาเก็บขยะที่ภูกระดึงครับ
โดย อพท.ได้เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือให้หลายอย่างโดยความร่วมมือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายอำเภอ นายก อบจ. นายกเทศมนตรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว และหอการค้าจังหวัดเลย มาช่วยกันกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เตรียมทั้งถุงดำ ถุงมือยาง หยูกยา และที่เด็ดสุด ที่คีบบาร์บีคิวกับทินเนอร์บรรจุขวดฝาเกลียวจำนวนหนึ่ง
ขยะตามแหล่งท่องเที่ยวนั้น เรามักจะนึกภาพเศษกระป๋อง ขวดพลาสติก กระดาษทิชชู่ ไฟแช็ก ก้นบุหรี่ และถุงก๊อบแก๊บ...ซึ่งอาสาสมัครก็พบพอควรและเก็บได้ง่ายครับ
แต่ขยะบางประเภทที่ต้องอาศัยที่คีบบาร์บีคิว (ซึ่งคงเอาไปคีบอะไรทานไม่ได้ต่อไปแล้ว) ได้แก่ ถ่านไฟฉายที่เน่าแล้ว เปลือกลูกอมที่แบนติดพื้นเก็บยาก ไม่งั้นต้องใช้เล็บแกะจากดิน เศษขวดแก้วที่แตกแล้ว...ส่วนมากเป็นขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่นักท่องเที่ยวทิ้งลงข้างทางบ้าง เอามาปักดิน 3 ขวด ทำเป็นเตาอั้งโล่สนามเพื่อหุงต้มอาหารกันเป็นหมู่คณะ แล้วขวดร้อนจนขวดบิดเปราะหักคา พอขวดร้อนจนจับต้องไม่ได้ก็ปล่อยไว้เมื่อดินต้องน้ำค้างจนอ่อนตัว ขวดก็จมลึกลงไป คนเดินผ่านเหยียบเข้าก็กร๊อบแตกเป็นปากฉลามอยู่ใต้ดิน...สิ่งเหล่านี้ถุงมือยางเอาไม่อยู่หรอกครับ ต้องใช้ทั้งมีดทั้งที่คีบค่อยๆ แซะดินออกแล้วคีบขวดแตกเหล่านี้ใส่ถุงที่ใช้บรรจุน้ำตาลทราย ซึ่งมีความหนา เหนียวและเบา เราทำอย่างนี้ทั้งขาขึ้นและขาลง
เผอิญว่ามีฝนตกลงมาให้พรตลอด ทั้งขาขึ้นเมื่อไปได้ครึ่งทาง และขาลงก็ตกแบบให้พรกันมาเต็มๆ ทาง
ทั้งเหนื่อย...ทั้งฮา...ทั้งห่วง...ทั้งเสียว...ว่าลูกคณะที่มีอยู่ตั้งแต่ 7-71 ปี เกือบ 500 คน จะบาดเจ็บ ล้มป่วยบ้างหรือเปล่า แต่โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมากไปกว่าเหยียบพลาด ข้อเท้าพลิกหรือก้นกระแทก จึงต้องขอขอบคุณในน้ำใจอันงดงามของจิตอาสาทุกท่าน และขอบคุณเจ้าป่าที่ช่วยให้ทุกคนปลอดภัย
เราใช้เวลาทั้งเดิน ทั้งขุด ทั้งเก็บ ทั้งโกยขยะกันสองวันจากขาขึ้น ตอนเช้าไปถึงยอดภูคนสุดท้ายราวๆ บ่าย 4 โมงครึ่ง สิริรวมขาขึ้น 7 ชั่วโมง 15 นาที ...เปียกมะล่อกมะแล่ก...หาที่อาบน้ำนอนพักค้างคืน ตื่นเช้ามาใหม่...ออกเดินทางขาลงตั้งแต่ร้องเพลงชาติ ราวๆ บ่ายสาม...ลงมาถึงซำแฮก ซึ่งเป็นที่เชิงเขาก่อนที่จะไต่ลงแบบชันๆ อีกหนึ่งกิโลสุดท้าย เพื่อจะไปให้ถึงตีนภู
พอถึงซำแฮก...ฝนที่ตกปรอยๆ ก็เทลงมาแบบสั่งลาเป็นน้ำตก...ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดคนเก่งที่ปีนขึ้นมารับเราและพวกอาสาสมัคร ที่ไต่ลงมาพร้อมขยะคนละถุงสองถุงใหญ่ จึงแทบจะไหลจากซำแฮกลงมาถึงตีนเขาในสภาพชุ่มโชก
เทคนิคลงภูตอนฝนเทนั้น ผู้ชำนาญทางแนะนำ...ให้เอาเท้าเหยียบตามจุดที่น้ำไหลใสๆ เลย แสดงว่าตรงนั้นมั่นคง...จะได้ไม่ลื่นล้มเพราะจุดนั้นดินโคลนจะไม่อ่อน ไม่เสี่ยงลื่นไหลบาดเจ็บเปล่าๆ …
ลงมาถึงข้างล่างก็เอาขยะที่เก็บได้มาชั่งน้ำหนัก...รวมแล้ว 421 กิโลกรัม นับว่าไม่เลวเลย
ทินเนอร์ที่เตรียมไปเช็ดเศษหมากฝรั่งที่เคี้ยวๆ คายๆ กันมาทั้งปีไม่ได้เปิดใช้...เพราะว่ามองหาไม่เห็นแล้ว บางคนบอกว่าสัตว์ป่าคงกินไปแล้วล่ะ...ไม่เป็นไร เอาไว้ไปเช็ดเก้าอี้โรงอาหาร หรือป้ายรถเมล์ต่อก็ได้
ส่วนขยะระดับซิกเนเจอร์ให้ได้ฮาของภูกระดึง...คือ พื้นรองเท้าผ้าใบครับ...น่าจะเป็นเพราะเส้นทางโหดนัก...โดยเฉพาะขาลง...นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเกร็งนิ้วเท้าและจิกเบรกลงมาตามความชันของทุกก้าวเดิน5 กิโลเมตรเศษ...ทำให้ส่วนที่เป็นตัวรองเท้าต้องโก่งงุ้มมากกว่าปกติดังนั้น กาวของรองเท้าคู่ไหนที่เจอศึกนี้เข้า บวกกับความแฉะของพื้นที่ทำให้พื้นรองเท้ากับตัวรองเท้าค่อยๆ แยกร่างอำลากัน เจ้าของรองเท้าเหล่านั้นคงสุดเซ็ง เพราะน่าจะไม่มีถุงขยะมาเหน็บเอวลงไปต่อ จึงต้องปล่อยซากรองเท้าบ้าง ถุงเท้าบ้าง นอนถึงแก่กรรมอย่างเดียวดาย ตามเส้นทางนับสิบๆ ข้าง
หน้าหนาวนี้ฟังว่า...อุทยานแห่งชาติ จะมีกิจกรรมปีนภูกระดึงเก็บขยะอีก...ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม ผมจะนำมารายงานอีกทีนะครับ







