posttoday
หั่นจีดีพีเอสเอ็มอีเหลือ2.5-2.7%

หั่นจีดีพีเอสเอ็มอีเหลือ2.5-2.7%

07 กรกฎาคม 2559

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ลดเป้าจีดีพีเอสเอ็มอีอยู่ที่ 2.5-2.7% ค้าปลีก ค้าส่งกระทบหนัก กำลังซื้อไม่ฟื้น

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ลดเป้าจีดีพีเอสเอ็มอีอยู่ที่ 2.5-2.7% ค้าปลีก ค้าส่งกระทบหนัก กำลังซื้อไม่ฟื้น

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยผลสำรวจภาคธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 พบว่า ภาพรวมเอสเอ็มอีไทยมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยเอสเอ็มอีหนึ่งในสาม ธุรกิจกลับมาขยายตัวได้ดี แต่เอสเอ็มอีอีกสองในสามยังไม่ฟื้นตัว จึงได้ปรับลดอัตราการขยายตัวการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เอสเอ็มอีในปี 2559 มาอยู่ที่ 2.5-2.7% จากเดิมคาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.84%

ทั้งนี้ การปรับลดจีดีพีเอสเอ็มอีในปี 2559 ลงมา มาจากปัจจัยที่เอสเอ็มอีกลุ่มสองในสาม ที่มียอดขายเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือบางรายมียอดขายติดลบ 10% ขณะเดียวกันมีปัจจัยลบเรื่องเศรษฐกิจไทย รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ดีนัก และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 จากหนี้ครัวเรือนของประเทศอยู่ระดับสูง อีกทั้งนโยบายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐบาลไม่ได้มีผลกระตุ้นธุรกิจเอสเอ็มอี ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรอยู่ระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเอสเอ็มอีมากที่สุด จะเป็นเรื่องความต้องการของตลาดที่ลดลง การขาดแคลนวัตถุดิบ และการแข่งขันที่รุนแรง โดยเอสเอ็มอีที่มองว่าเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น จะมุ่งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและตลาดเชิงรุก ลดต้นทุนธุรกิจ มุ่งทำตลาดออนไลน์ ส่วนจีดีพีของประเทศไทยปี 2559 ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3% จากเดิมคาด 2.7% มาจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล

นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า ผลสำรวจเอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เอสเอ็มอี สัดส่วน 41.3% มองว่าใกล้เคียงกัน 39.8% มองว่าแย่ลง และ 12.3% ดีขึ้น ส่วนไตรมาส 3 เอสเอ็มอี คาดการณ์ว่า จะใกล้เคียงกับไตรมาสแรก สัดส่วน 46.60% แย่ลง 32.60% และดีขึ้น 13.50% ซึ่งไตรมาส 3 นี้ เอสเอ็มอีมองเศรษฐกิจไทยในมุมมองดีขึ้น ส่วนเเอสเอ็มอีที่น่าเป็นห่วงและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากสุด เป็นกลุ่มค้าปลีก ค้าส่ง กลุ่มเกษตรแบบดั้งเดิม ส่วนกลุ่มที่ดีขึ้นจะเป็นท่องเที่ยวโรงแรม เกษตรสมัยใหม่ ไอที สตาร์ทอัพ

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก กรณีประเทศอังกฤษลงประชามติ ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต เอกชนไทยต้องอย่าตกใจและไม่ควรประมาท เนื่องจากอังกฤษต้องใช้เวลาเตรียมตัว อีกหลายปี กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ และทุกประเทศจะเตรียมแผนรองรับได้หมดแล้ว รวมถึงประเทศไทยที่คาดว่านักท่องเที่ยวยุโรปอาจจะเข้ามาในประเทศไทยลดลง แต่กลุ่มเอเชียจะเข้ามาทดแทนได้มากขึ้น และภาคเอกชนที่ส่งออกควรทำธุรกิจในรูปเงินบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท