
อายัดทรัพย์นอมินีจีน
รอง ผบ.ตร.สั่งสอบเส้นทางการเงินบริษัทนอมินีทัวร์จีน พบรายได้ปีละ 200 ล้าน ไม่อยู่ในบัญชี ดึง ปปง.สอบฐานปกปิดรายได้ที่จ่ายให้รัฐ
รอง ผบ.ตร.สั่งสอบเส้นทางการเงินบริษัทนอมินีทัวร์จีน พบรายได้ปีละ 200 ล้าน ไม่อยู่ในบัญชี ดึง ปปง.สอบฐานปกปิดรายได้ที่จ่ายให้รัฐ
คณะพนักงานสอบสวนคดีบริษัท ไท่ลี่ หรือทรานลี่ แทรเวล ซึ่งชาวจีนใช้บัตรประชาชนไทยปลอมประกอบการขอจดทะเบียนตั้งบริษัทมาร่วม 20 ปี กำลังขยายผลในประเด็นการปกปิดรายได้ที่จ่ายให้รัฐ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร ที่เป็นมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังเข้ามาดำเนินการ ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของบริษัทที่อายัดไว้ ประกอบด้วย รถยนต์ 117 คัน เรือ 35 ลำ และที่ดินใน จ.ภูเก็ต 3 แปลง
ทั้งนี้ การขยายผลในฐานความผิดฟอกเงิน เป็นการดำเนินคดีเพิ่มเติมจากข้อหาตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.บัตรประชาชน และข้อหาแจ้งความเท็จ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับคณะพนักงานสอบสวนที่ จ.ภูเก็ต ว่า ได้ประสานนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้เขต 2 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการของทรานลี่ฯ ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งกำลังติดตามเงินรายได้ของบริษัทปีละประมาณ 200 ล้านบาทว่าอยู่ที่ใด
คณะพนักงานสอบสวนรายงานในที่ประชุมว่า บริษัท ไท่ลี่ มีบริษัทในเครือ 17 บริษัท ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่พัก รถ ร้านอาหาร มัคคุเทศก์ ขายสินค้า ธุรกิจสปา เมื่อบริษัทใหญ่ถูกดำเนินคดี แต่บริษัทลูกก็ยังดำเนินการต่อ จึงต้องเพิกถอนใบอนุญาตทุกบริษัท
รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า มอบหมายให้กองปราบปรามสืบสวนในประเด็นโพยก๊วน หรือการโอนเงิน ว่าเงินรายได้ของบริษัทหายไปไหน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าของบริษัท 2 รายจับกุมได้แล้ว และให้ประกันตัวไปแล้ว 1 ราย ส่วนอีกรายยังหลบหนี แต่คาดว่ายังคงอยู่ใน
ราชอาณาจักร
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนลงลึกว่าคดีนี้มีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยเฉพาะการที่มีอดีตนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วย







