
ศาลยกคำร้องออกหมายจับ "หญิงไก่" ให้ออกหมายเรียกแทน
ศาลยกคำร้องขอออกหมายจับ "หญิงไก่" ชี้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ 11 ก.ค.นี้
ศาลยกคำร้องขอออกหมายจับ "หญิงไก่" ชี้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ 11 ก.ค.นี้
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. จากกรณีที่พนักงานสอบสวน กองปราบปรามได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับ นางมณตา หยกรัตนกาญ ในข้อหาแจ้งความเท็จและใส่ร้ายให้ผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์นั้น ศาลไม่อนุมัติหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ เนื่องจากเห็นว่า นางมณตามีแหล่งที่อยู่ ภูมิลำเนาที่ชัดเจน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเห็นควรให้ออกหมายเรียก
พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รองผบก.ป.) กล่าวภายหลังที่ศาลอาญา ได้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวน ที่ขอออกหมายจับ นางมณตาว่า ได้มอบหมายให้ทาง พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผู้กำกับการสอบสวน กองปราบปราม และทีมพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก นางมณตา ให้มารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว ในวันที่ 11 ก.ค. นี้ เวลา 10.00น. โดยจะส่งหมายเรียกไปที่ สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินส่งต่อไปยังที่พักของ นางมณตา ที่คอนโดประชานิเวศน์ 1 แต่หากนางมณตา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนวันนัดหมาย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาและสามารถนำพยานเข้ามาให้ปากคำเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาได้ โดยจะไม่มีการควบคุมตัว
พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวต่อว่า ทางตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะทำการออกหมายเรียก และขออำนาจศาลในการออกหมายจับ อาทิ การจำลองเหตุการณ์ที่นางมณตา กล่าวหาว่านางสาวประภาวรรณ หรือน้องก้อย และ บิดา มารดา ลักทรัพย์ และบังคับให้เด็กเดินทางไปต่างประเทศ ถึงแม้ตัวน้องก้อยจะไม่ยินยอมและไม่ได้เดินทางไป แต่ก็มีการพยายามกระทำความผิดและมีพฤติการณ์ในการเข้าข่ายในการลงมือใช้เเรงงาน และมีหลักฐานอื่นๆบ่งบอกว่าเข่าข่ายการค้ามนุษย์
นอกจากนี้ รองผบก.ป. ยังกล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวน ได้รับมอบหลักฐานต่างๆเพิ่มเติมจากผู้เสียหายแล้ว อาทิ คดีที่นางมณตา ถูกฟ้องร้องที่ศาลล้มละลายกลาง และคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของนางมณตา ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ นางมณตา ระบุว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกในวัน เวลาที่ระบุ ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางไปปฎิบัติธรรมที่ จ.เชียงราย
ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ยังมีคำสั่งให้ตรวจสอบกรณีที่ นางมณตา มีพฤติกรรมแอบอ้าง เป็นคุณหญิง และจะเข้าข่ายในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่นั้น ขณะนี้ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนอีกชุดหนึ่งในการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว
วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ติดตามในเรื่องของคดี เพื่อตรวจสอบสำนวนคดีที่ นางมณตา ได้เข้ามาแจ้งความไว้ 9 คดี ที่สถานีตำรวจตั้งแต่ปี 2555-2558 เป็นคดียักยอกทรัพย์ 3 คดี คดีลักทรัพย์ 4 คดี คดีฉ้อโกง 1 คดี และทำให้เสียทรัพย์อีก 1 คดี ซึ่งขณะนี้เหลือสำนวนคดียักยอกทรัพย์เพียง 1 คดีที่ยังไม่ได้ส่งให้กับอัยการ ส่วนอีก 8 คดีได้ส่งให้กับทางอัยการสั่งฟ้องแล้ว
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า การเดินทางมาดูสำนวนในครั้งนี้เพื่ออยากจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหยื่อที่ถูกกระทำ ซึ่งยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยก่อนเดินทางมาดูสำนวนได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางกองปราบปราม ซึ่งรายละเอียดในสำนวนจะให้ทางพนักงานสอบสวนเป็นผู้อธิบาย และจะดูการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนว่าดำเนินการไปอย่างถูกต้องหรือไม่ และจะมีการจัดตั้งทีมงาน หากพบว่ามีข้อผิดพลาดกับผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างจริงจัง







