posttoday
ราคาโภคภัณฑ์พุ่ง ดอลลาร์สหรัฐอ่อน

ราคาโภคภัณฑ์พุ่ง ดอลลาร์สหรัฐอ่อน

05 กรกฎาคม 2559

น้ำมัน ทองคำ ค่าระวางเรือ ถ่านหินดาหน้าปรับตัวขึ้น ผลพวงจากเบร็กซิต

น้ำมัน ทองคำ ค่าระวางเรือ ถ่านหินดาหน้าปรับตัวขึ้น ผลพวงจากเบร็กซิต

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย รายงานว่า ราคาน้ำมันโลก (WTI) ปรับขึ้น 1.37% โดยปิดที่ระดับ 48.99 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดัชนีค่าระวางเรือปรับขึ้น 2.58% โดยปิดที่ 677 จุด ราคาน้ำตาลปรับขึ้น 2.21% แตะระดับ 20.78 เซนต์/ปอนด์ และราคาทองคำล่วงหน้าปรับขึ้น 1.31% แตะระดับ 1,334.66 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ล่าสุดเวลา 19.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1,351 เหรียญสหรัฐ

สมาคมค้าทองคำมีการเปลี่ยนราคาซื้อขายทองคำในประเทศถึง 8 ครั้ง รวมบาทละ 150 บาท ในวันที่ 4 ก.ค. 2559 ล่าสุดราคาทองคำแท่งรับซื้อ 22,250 บาท และขายออก 22,350 บาท

ด้านราคาถ่านหินทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 1 ปี ล่าสุด 56.4 เหรียญสหรัฐ/ตัน สนับสนุนให้หุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจถ่านหินได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง นำโดยบริษัท บ้านปู ราคาปิดที่ 15.60 บาท เพิ่มขึ้น 6.12%

บริษัท ปตท. รายงานว่า ผลกระทบจากการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต ยังคงมีต่อตลาดเงิน ตลาดทุน รวมถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก แม้นักวิเคราะห์ส่วนมากชี้ว่าจะส่งผลเพียงระยะสั้นจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน จากความแตกตื่นของนักลงทุน ที่กังวลต่อเสถียรภาพของเงินปอนด์อังกฤษ ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังผลประชามติแยกตัวเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2559 ซึ่งดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐ DXY พุ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนในวันที่ 27 มิ.ย. ที่ 96.54 จุด จากนั้นก็มีแนวโน้มลดลงจนล่าสุดมาอยู่ที่ 95.65 จุด ช่วยหนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงน้ำมันดิบได้ผงกหัวขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดโดยรวม ล่าสุด บาร์เคลย์ออกมาปรับประมาณการราคาน้ำมันดิบ ICE Brent และ  WTI ปี 2559 ลงมา 3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 44 เหรียญสหรัฐ และ 33 เหรียญสหรัฐตามลำดับ จากผลกระทบของการแยกตัวดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้สังเกตว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent วิ่งอยู่ในกรอบ 47.2-52.5 เหรียญสหรัฐ มาตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.จนถึงปัจจุบัน แต่ยังทดสอบระดับแนวรับแนวต้านสำคัญในแถบ 50  เหรียญสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนน้ำมันดิบให้เพิ่มขึ้นคือปัจจัยพื้นฐาน อุปสงค์/อุปทาน ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าอุปทานจะล้นตลาดน้อยลง ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันซาอุดิอาระเบียย้ำว่าปัจจัยพื้นฐานกำลังเข้าสู่สมดุล แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านลบยังมีอยู่ เมื่อราคาเริ่มพลิกทิศทางเป็นขาขึ้นชัดเจน อาจเป็นได้ว่าผู้ผลิต Shale Oil เริ่มกลับมาดำเนินการมากขึ้น หากราคาทรงตัวในระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อเนื่อง

“มีความเป็นไปได้สูงในช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.ค. ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะยังเคลื่อนไหวในกรอบ 47.2-52.5 เหรียญสหรัฐต่อไป ส่วนช่วงครึ่งหลังจะต้องประเมินปัจจัยพื้นฐานต่อไปว่าจะปรับเข้าสู่สมดุลจริงหรือไม่ รวมถึงด้านลบจากโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วงปลายเดือน” บริษัท ปตท. ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท