posttoday
กว่าปัญหาค้ามนุษย์จะถึง Tier 1

กว่าปัญหาค้ามนุษย์จะถึง Tier 1

04 กรกฎาคม 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศเลื่อนสถานะให้ไทยมีอันดับของสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report : TIP Report) ดีขึ้นจากกลุ่มประเทศ Tier 3 ซึ่งหมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดการค้ามนุษย์ และไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญ (Significant) ในการแก้ปัญหาให้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Tier 2 Watch List  หรือประเทศที่ไม่ดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดการค้ามนุษย์ แม้จะมีความพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไข แต่จำนวนเหยื่อของการค้ามนุษย์ยังมีจำนวนมาก

แม้ลำดับจะเลื่อนขึ้นมาเพียง 1 ขั้น แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังก็ทำได้ดีและมีคนเห็น ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีกำลังใจที่จะทำงานกันต่อไปถึงขั้นฝันไปไกล ตั้งเป้าหมายว่าจะเลื่อนขึ้นไปให้อยู่ในกลุ่ม Tier 1 คือประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดการค้ามนุษย์ตามกฎหมาย TVPA (The Trafficking Victims Protection Act)

หลายๆ คนก็คิดว่าไทยจะได้ประโยชน์ทางการส่งออกสินค้าประมงมากขึ้นเมื่อได้รับการเลื่อนอันดับ แต่ดิฉันคิดว่าอย่าเพิ่งหวังมากจนเกินไป เพราะเรากำลังคิดถึงอุตสาหกรรมประมงที่คิดว่ามีปัญหาการค้ามนุษย์มากที่สุด แต่ปัญหาการค้ามนุษย์มีอยู่หลายอุตสาหกรรมและไม่มีใครหยิบขึ้นมาพูดถึง

ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดสถานะเป็น Tier 3 อยู่ แต่ก็ยังไม่ถูกระงับการนำเข้าสินค้า ไม่ถูกระงับความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการค้า (Non-Humanitarian, Non-Trade
Related) อาทิ การให้ทุนการศึกษาแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมทั้งจะขัดขวางความช่วยเหลือดังกล่าวที่ไทยจะได้รับจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น IMF และ World Bank

ไทยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 3 มาตั้งแต่ปี 2557-2558 แต่สหรัฐก็ไม่ได้ใช้มาตรการใดๆ กับไทยจึงแทบไม่กระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐ ฉะนั้นจึงคาดว่าหากสหรัฐปรับสถานะไทยขึ้นเป็น Tier 2 Watch List ก็จะไม่ได้ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ

ประเดี๋ยวคุณผู้อ่านจะคิดว่าดิฉันขวางโลก เพราะเขาดีใจกันทั้งบาง จะมาพูดว่าไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเลยได้อย่างไร

จากการไปสืบเสาะข้อมูลและสอบถามผู้ที่เจรจาการค้าระหว่างประเทศ ก็ได้ข้อมูลมาว่าทางด้านประมงนั้น บรรยากาศการค้าขายจะดีขึ้น เพราะปัจจุบันไทยส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป มีมูลค่าสินค้าเป็นอันดับ 8 และส่งออกกุ้งสด กุ้งแช่เย็นและแช่แข็ง เป็นอันดับที่ 18 ของการส่งออกในตลาดสหรัฐ

ยอดการส่งออกสินค้าทั้งสองประเภทในปี 2557-2558 ที่ไทยถูกจัดให้ไปอยู่กลุ่ม Tier 3 นั้น มีมูลค่าส่งออกลดลงปี 2557 ไทยส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 1,118.6 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในปี 2558 ลดลงเหลือ 920.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกุ้งสด กุ้งแช่เย็นและแช่แข็ง ในปี 2557 ก็ส่งออกได้ 314 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ลดลงมาเหลือ 261 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทางด้านยอดส่งออกสะสม 5 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. 2559 ของสินค้าทั้งสองตัวนี้ อาหารทะเลแปรรูปส่งออกไปแล้วมูลค่า 302 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกุ้งส่งออกไปแล้ว 137.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าประมงทางสหรัฐยังไม่ได้ห้ามนำเข้า แต่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ที่ทำเรือประมงอย่างผิดกฎหมายหรือล้งกุ้งรายย่อยที่ใช้แรงงานต่างชาติทำงานก็ต้องเลิกไป ผู้ผลิตรายย่อยต้องนำไปขายให้กับรายใหญ่ที่มีใบรับรองว่ามีมาตรฐานเป็นผู้ส่งออก ทำให้เกิดระบบผูกขาดขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยไม่มีทางเลือกและไม่มีอำนาจต่อรอง ถ้ารายใหญ่ให้ราคาแค่ไหนก็ได้แค่นั้น แต่หลังจากเลื่อนชั้นสถานการณ์ค้ามนุษย์รายย่อยที่ต้องปิดตัวไป อาจจะกลับมาประกอบอาชีพใหม่ได้ ทำให้เกิดความคึกคักทางเศรษฐกิจขึ้นมาได้บ้าง

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าไอยูยูซึ่งเป็นมาตรฐานสินค้าประมงของอียูนั้น เป็นเรื่องของสินค้าประมงอย่างเดียว แต่ปัญหาการค้ามนุษย์ตามมาตรฐานของสหรัฐนั้นเป็นปัญหาของทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ประมง รัฐบาลยังจำเป็นต้องสอดส่องดูแลโรงงานอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ หรืออื่นๆ รวมทั้งการขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาขายแรงงานในประเทศ โดยทำเป็นขบวนการ มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ มีการหลอกลวงคนไปค้าแรงงานต่างประเทศหรือค้าประเวณี หรือการจับเด็กมาให้ตระเวนขอทาน เหล่านี้คือการค้ามนุษย์ ซึ่งก็ต้องแก้ไขให้จริงจังและเข้มข้นเช่นกัน

ดิฉันคิดว่าการที่ไทยหลุดจากกลุ่ม Tier 3 การค้ามนุษย์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก็เป็นผลพลอยได้จากการที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมประมงอย่างเข้มข้น เพื่อให้ไทยหลุดจากใบเหลืองและไม่ตกชั้นไปเป็นใบแดงตามมาตรฐานของไอยูยู ภาพรวมอุตสาหกรรมนี้ดูดีขึ้นมาก หากรัฐบาลต้องการให้หลุดจากกลุ่ม Tier 3 ขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม Tier 1 ดิฉันคิดว่ามีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำอีกมากในการที่จะไปถึงเป้าหมาย

ดิฉันเห็นว่าโลกยุคใหม่ การสื่อสารรวดเร็วแทบจะไม่มีอะไรเป็นความลับ ใครทำอะไรผิดใช้เวลาไม่นานเรื่องก็จะกระจายออกสู่สาธารณชน การทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาให้ถูกกฎหมายจะทำให้สบายใจ มีเวลาไปคิดพัฒนาสินค้าหรือธุรกิจ ดีกว่ามาคิดหลบเลี่ยงกฎหมายซื้อใจเจ้าหน้าที่

นายจ้างยุคใหม่เขาต้องพัฒนาไปให้ทันโลก จะมากดขี่แรงงานเหมือนในอดีตทำไม่ได้อีกแล้ว ทุกอย่างมีมาตรฐานกำกับ รัฐบาลเขาทำแล้ว บรรดาผู้ประกอบการก็ควรจะทำบ้างและทำให้ดีกว่า ประโยชน์ทั้งหลายจะตกอยู่กับท่านและประเทศชาติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท