
เหตุแห่ง Brexit (2)
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วผมยังสาธยายไม่หมดถึงเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรโหวตให้ออกจากสหภาพยุโรป
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วผมยังสาธยายไม่หมดถึงเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรโหวตให้ออกจากสหภาพยุโรป สัปดาห์นี้มาต่ออีกสักนิดพร้อมด้วยอนุสนธิแบบคร่าวๆ หลังจากยูเคสิ้นญาติขาดมิตรกับอียู
6.ใน UK มีพรรค UKIP ที่ชาตินิยมจ๋าและถูกเย้ยหยันบ่อยๆ ว่าเป็นพวกชาตินิยมล้าหลัง ในยุคที่เขานิยมสากลไร้พรมแดนไม่มีใครเขามาสนใจความเป็นชาติกันหรอก แต่ปรากฏว่าคราวนี้ UKIP เป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง สามารถโน้มน้าว (หรือขู่) ให้ชาวบริเตนเชื่อว่าถูกอียูปล้นอธิปไตย และต้องน้อมรับนโยบายจากนักการเมืองอียูที่ตัวเองไม่ได้เลือก แถมโจมตีว่าพวกนี้ยังทำงานแบบเช้าชามเย็นชามออกกฎหมายเลอะเทอะเป็นกาฝากของผู้เสียภาษีตาดำๆ โดยแท้
7.Brexit อาจเป็นความขัดแย้งระหว่างคนมีอันจะกินกับคนเดินดินธรรมดา ฝ่ายภูมิใจกับสากลนิยม ฝ่ายหลังไม่รู้สึกว่าอียูไม่ช่วยให้รวยขึ้นและอุดมการณ์สากลนิยมมันกินไม่ได้ซ้ำยังทำร้ายพวกเขาอีก จึงพากันหันมาพึ่งชาตินิยมเป็นสรณะ ฝ่ายปัญญาชนมองอียูเป็นเบ้าหลอมแห่งอารยธรรมยุโรปที่เป็นรูปธรรม แต่คนเดินดินไม่ภูมิใจด้วยทั้งยังมองผ่านแว่นชาตินิยมมองเห็นอียูเป็นตัวทำลายอัตลักษณ์ของพวกเขาด้วย ซึ่งพรรค UKIP และฝ่ายอนุรักษนิยมสายชาตินิยม เช่น บอริส จอห์นสัน ใช้แนวคิดนี้เรียกคะแนน Brexit จนได้ผลชะงัดนัก
8.นึกถึงเมื่อปลายทศวรรษที่ 1990 กระแสการรวมกลุ่มเริ่มมาแรง และมีผู้กล่าวว่า รัฐชาติเอกเทศมันอยู่ไม่ได้แล้วต้องรวมกลุ่มกัน และชาตินิยมเป็นของใกล้สูญพันธุ์ แต่ Brexit สะท้อนให้เห็นว่าคนยังต้องการตัวตนความเป็นชาติ ไม่อยากให้คนชาติอื่นๆ มากำหนดอนาคตตน และชาตินิยมยังไม่ได้ตายซ้ำกำลังจะหนักข้อขึ้นเสียอีก รายต่อไป ให้คอยจับตา สวีเดน ฝรั่งเศส ให้ดี อาจมีเผ่นเช่นกัน แต่ชาตินิยมเหล่านี้ยังไม่ถึงขั้นเผด็จการฟาสซิสต์ เพียงแค่หวนกลับมาหวงผลประโยชน์ตัวเอง เลิกชูอุดมการณ์โลกสวยไร้พรมแดน
9.ผลจากการโหวตออก สกอตแลนด์ที่โหวตขออยู่ต่ออาจจะขอทำประชามติแยกตัวจากอังกฤษ และไอร์แลนด์เหนือก็ไม่แน่เหมือนกัน ดังนั้น Brexit จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของสหราชอาณาจักร (เหลือแค่อังกฤษกับเวลส์) ก็เป็นได้ ซึ่งนี่ก็เป็นผลมาจากกระแสชาตินิยมอย่างหนึ่งเหมือนกัน
10.อนึ่ง มีนักเรียนเก่าอังกฤษที่บ้านผมเขาถามเรื่อง Brexit กับการรวมกลุ่ม AEC ในระดับแอดวานซ์ ซึ่งเราใช้อียูเป็นแรงบันดาลใจ ผมบอกไปว่าตัวอย่างก็มีแล้ว ถ้ายังดันทุรังทำไปเห็นจะเละแน่ๆ แค่อองซานซูจีมาขอเรื่องสิทธิแรงงาน คนไทยยังเคืองกันทั้งเมือง ชาวบริเตนเขาเจอหนักกว่าเราอีก แถมยุโรปมีวัฒนธรรมที่แนบสนิท ส่วนอาเซียนนั้นต่างกันเกินไป ต่างจนไม่น่าจะรวมตัวเป็นทองแผ่นเดียวกันได้
ถามว่าอาเซียนจะหลีกเลี่ยงวิบัติการณ์ที่เกิดขึ้นกับอียูได้หรือไม่? ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าเรามุ่งจะรวมตัวกันในระดับไหน และต้องดูที่รากเหง้าของเราเองด้วยว่าเข้ากันได้จริงหรือเปล่า ประเดี๋ยวจะเป็นอย่างบริเตนกับภาคพื้นแผ่นดินใหญ่ยุโรปที่แตกคอกันในที่สุด ที่จริงแล้วบริเตนมักมองตัวเองแปลกแยกจากยุโรปแผ่นดินใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร ชาวบริติชมีความภูมิใจที่ประเทศของตัวเองไม่ขุนศึกคนใดจากแผ่นดินใหญ่ที่บุกเข้ามายึดครองได้ ทั้งกองเรืออาร์มาดาแห่งจักรวรรดิสเปนก็พินาศที่ชายฝั่ง นโปเลียนก็ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่กล้าข้ามมากินเมือง ส่วนฮิตเลอร์ส่งฝูงบินมาถล่มก็ยังหาระคายเคืองไม่
ความภูมิใจในชาติอย่างแรงกล้านี่เองที่ทำให้ชาวบริติชรู้สึกไม่อยากจะแคร์อียูเท่าไหร่นัก
ในอาเซียนเรามีความต่างทางประวัติศาสตร์ การเมือง และสังคมสูงมาก อีโก้ของแต่ละประเทศก็สูงลิ่ว ความเย่อหยิ่งไม่เป็นรองใคร หากมารวมตัวกันโดยปราศจากความประนีประนอมทางวัฒนธรรมแล้วไซร้เห็นทีจะพัง
กระไรเลยครับ ชาวยุโรปที่ว่าเหนียวแน่นทางวัฒนธรรมยังไม่รอด อาเซียนจะไปเหลือหรือ?







