posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (53)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (53)

03 กรกฎาคม 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงศึกษาภาพถ่ายทางไกลจากดาวเทียม (Remote Sensing) ทำให้ทรงทราบว่า

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงศึกษาภาพถ่ายทางไกลจากดาวเทียม (Remote Sensing) ทำให้ทรงทราบว่า บริเวณชายฝั่งทะเลของเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เคยเป็นพื้นที่ของป่าชายเลนมาก่อน แม้ว่าสภาพที่ปรากฏจะเป็นเพียงปากคลองที่ถูกทับถมด้วยเนินทรายและตื้นเขินไปแล้วก็ตาม พระองค์มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูป่าชายเลนให้เกิดขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์เหมือนที่เคยเป็นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ดังนั้น การปลูกป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ระยะที่ 1 จึงเริ่มขึ้นในปี 2537 โดยทรงปลูกพรรณไม้ป่าชายเลนจำนวน 32 ชนิด ในบริเวณปากคลองบางตราน้อยประมาณ 80 ไร่ และบริเวณคลองบางตราใหญ่ประมาณ 30 ไร่ รวมทั้งได้เสด็จฯ ไปทรงบริหารจัดการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมภายในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันอย่างสม่ำเสมอ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2544 ได้ทรงปลูกป่าชายเลนระยะที่ 2 ในบริเวณพื้นที่ส่วนแยกคลองบางตราน้อย อาทิ ต้นโกงกางใบใหญ่ ในเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ และในวันที่ 15 ก.ค. 2546 ได้ทรงปลูกป่าชายเลนระยะที่ 3 โดยทรงปลูกต้นหว้าและปลูกป่าชายหาด จากนั้นเสด็จฯ ข้ามสะพานไปยังพื้นที่ป่าชายเลนระยะที่ 1 เพื่อทอดพระเนตรพรรณไม้ที่ทรงปลูกไว้เมื่อปี 2537 และทรงปล่อยแย้ จำนวน 47 ตัว บนป่าบก รวมทั้งปล่อยปูทะเลจำนวน 49 ตัว ลงในคลองป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศให้เป็นไปตามวงจรธรรมชาติ

การฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนที่บริเวณปากคลองบางตราน้อยและบางตราใหญ่ ตามแนวพระราชดำริฯ ได้ช่วยให้พื้นที่ป่าชายเลน ณ ที่แห่งนี้ กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ในระบบธรรมชาติได้ใหม่อีกครั้ง ระบบนิเวศกลับเข้าสู่วงจรธรรมชาติ ช่วยให้สัตว์ในป่าชายเลนเริ่มเติบโตตามวัฏจักรแห่งชีวิต นกกว่าร้อยชนิดได้เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าชายเลนแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่มีพระวิริยะอุตสาหะฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อให้ที่แห่งนี้ได้เป็นพื้นที่ตัวอย่างสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนทั่วไป

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (53)

 

ความสำเร็จของการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนในพื้นที่เขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ดำเนินตามแนวทางพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนถึงสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปจากผืนทรายที่แห้งแล้ง สามารถฟื้นคืนสู่ความเป็นป่าชายเลนได้เหมือนที่เคยเป็นในอดีตนั้น

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานพระราชดำริให้มีการฟื้นฟูและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์จนบังเกิดผลสำเร็จ ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา ในปี 2546 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ” เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในศุภวาระอันเป็นสิริมงคลยิ่ง โดยมีแนวทางการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จฯ มาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยเป็นนามอุทยานว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย “สธ” ประดับตราสัญลักษณ์ของอุทยานเพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่ออุทยานแห่งนี้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้มีพระราชดำริให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียนของโครงการฯ เริ่มตั้งแต่การทำหลักสูตร การฝึกอบรมครูผู้สอนการ จัดหาสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจ รู้คุณค่าทรัพยากรธรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เช่น ป่าไม้ถูกทำลาย พิษภัยของควันไฟจากการเผาป่า การเรียนรู้ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชายเลน เช่น ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำแดง จ.จันทบุรี เรียนรู้ประโยชน์ของหญ้าแฝกในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การอนุรักษ์ความหลากหลายพันธุกรรมพืช เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังทรงให้มีการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่ประชาชนให้ตระหนักและมีจิตสำนึกร่วมกัน และช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในถิ่นของตนด้วย

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (53)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท