
แก้ปัญหาให้ครบวงจร
การแก้ปัญหานักศึกษาอาชีวะตะลุมบอนกัน หรือเด็กแว้นป่วนเมือง เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ
การแก้ปัญหานักศึกษาอาชีวะตะลุมบอนกัน หรือเด็กแว้นป่วนเมือง เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ และเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่ายุคใดสมัยใดวัยรุ่นย่อมมีความคึกคะนองออกนอกลู่นอกทางที่ถูกที่ควร
การจะแก้ปัญหานี้นอกจากต้องใช้ความพยายามอย่างสูงแล้ว จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องปรับกลวิธีการแก้ปัญหาให้เท่าทันต่อสถานการณ์
ที่สำคัญจะทำอย่างไรให้นักเรียน นักศึกษา หรือเยาวชนที่กระทำผิดไป ได้มีความเข้าใจและหันมาให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หลงผิดเกิดจุดเปลี่ยนจนกลายเป็นพลังด้านบวก ซึ่งที่ผ่านมามีนักศึกษาอาชีวะใฝ่ดีจำนวนไม่น้อยมุ่งมั่นเรียนรู้ ฝึกฝนตนเองจนจบการศึกษาไปประกอบอาชีพประสบความสำเร็จจำนวนมาก
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดแรงงานบ้านเราขาดแคลนแรงงานมีทักษะหรือแรงมีฝีมืออีกจำนวนมาก โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพด้านช่างเทคนิคในหลายสาขา โดยกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการคัดเลือกผู้จบการศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ เพื่อป้อนตลาดแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหานักเรียนนักเลง หรือแม้แต่เด็กแว้นบรรลุผล ต้องสร้างต้นแบบความสำเร็จ หรือไอดอลอาชีวะ เพื่อช่วยดึงเยาวชนเหล่านี้ออกจากความมืด ขณะที่รัฐบาลเองก็ต้องทบทวนนโยบายด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยการเพิ่มสัดส่วนการเรียนการสอนสายอาชีพ และสายสามัญจาก 30 ต่อ 70 ให้ขยับเป็น 50 ต่อ 50 หรือมากขึ้นเป็นลำดับ เช่นหลายประเทศในยุโรป อาทิ เยอรมนี มีนักเรียนเลือกเรียนสายอาชีพกว่า 70% ขณะที่สายสามัญมีเพียง 30%
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องแก้ไขระเบียบและออกมาตรการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวะภาครัฐ และเอกชน ระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนสายอาชีพให้ตรงกับกลุ่มสาขาวิชาและตรงความต้องการของตลาดแรงงาน
ขณะเดียวกันจะต้องปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์วิทยาลัยอาชีวะให้กลายเป็นวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย ที่มีความก้าวหน้าและได้รับการยอมรับ โดยมุ่งปรับทัศนคติของนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองให้มีความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในการเรียนสายอาชีวะ ว่าไม่มีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
ขณะที่ปัญหาเด็กแว้นและปัญหาการทะเลาะวิวาทก็ยังคงต้องแก้ไขกันต่อไป โดยดึงสถาบันการศึกษาและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนรับผิดชอบปัญหาร่วมกัน ภาครัฐอาจออกมาตรการจูงใจด้านต่างๆ เช่นเดียวกับการจูงใจในภาคการลงทุนตามนโยบายรัฐบาล
สำหรับมาตรการลงโทษตามแนวคิดการขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์ผู้ก่อเหตุและนำไปเป็นทหารเกณฑ์ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และอาจเป็นมาตรการลงโทษที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะจะกลายเป็นการดูถูกดูแคลนชายชาติทหารที่อาสาสมัครเข้ารับใช้ชาติในแต่ละปี ซึ่งในแต่ละปีก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย
ทางที่ดีควรนำผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด จากบ้านถึงสถาบันการศึกษามาร่วมออกแบบอนาคตให้ลูกหลานตัวเอง จะเป็นมาตรการตั้งรับหรือมาตรการเชิงรุกก็สามารถร่วมกันคิด ร่วมกันเสนอแนวทาง และทยอยผลักดันออกมาใช้แก้ปัญหา
หากได้แก้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุไปพร้อมๆ กัน เชื่อแน่ว่าสถานการณ์ปัญหาแม้จะไม่หมดสิ้นไปอย่างทันทีทันใด แต่ก็อาจจะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยมีแรงขับด้านใดด้านหนึ่งช่วยดึงเยาวชนหลงผิดพ้นจากวังวนอันชั่วร้าย และออกมารับใช้ประเทศในทางที่ถูกที่ควรต่อไป







