
การเมือง
คําว่า “การเมือง” เป็นคำที่เป็นที่ใฝ่หาสำหรับบางคน สำหรับคนอีกจำนวนมากกลับเป็นฝันร้าย หลายคนบอกว่า
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
คําว่า “การเมือง” เป็นคำที่เป็นที่ใฝ่หาสำหรับบางคน สำหรับคนอีกจำนวนมากกลับเป็นฝันร้าย หลายคนบอกว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ คนอีกจำนวนมากบอกว่า การเมืองเป็นเรื่องสกปรก ยังมีมุมมองและความรู้สึกอีกมากมายที่ผู้คนทั้งหลายมีต่อสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” ไม่ว่าเราจะมองมันอย่างไร คำคำหนึ่งก็เป็นคำคำหนึ่ง แต่การโลดแล่นในทางปฏิบัติของคำคำนั้นต่างหากที่เป็นประเด็น คำว่า “การเมือง” ก็ไม่ล่วงพ้นจากธรรมชาติข้อนี้ หากเราใช้สิ่งนี้ในทางที่ดี ก็คงจะเป็นการดีได้ หากเราใช้สิ่งนี้ในทางที่ไม่ดี ก็คงจะไม่ดีไปได้ เมื่อวัดจากประสบการณ์ของเราที่มีต่อการใช้สิ่งนี้ เราคงจะตอบได้ว่า ที่เราสัมผัสกันส่วนใหญ่นั้น เป็นการใช้ไปในทางที่ดี หรือทางที่ไม่ดีมากกว่ากัน
เมื่อนึกถึงการใช้สิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” ในบริบทต่างๆ นานา ก็ให้นึกถึงสองลักษณะใหญ่ๆ ของการใช้สิ่งนี้ นั่นคือ การเมืองในประเทศ กับ การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งคำคำหลังพอเรียกความทรงจำระยะสั้นออกมา ก็หวนใคร่ครวญถึงพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับเมื่อสามสี่วันก่อน เรื่องที่ประเทศไทยเราไม่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกชั่วคราวในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council - UNSC) ซึ่งเรื่องราวที่สำรวจพบ ก็มีความพยายามในอันที่จะพูดคุยกับบรรดาประเทศสมาชิกต่างๆ หรือเรียกภาษาที่คุ้นเคยกัน ก็คือ การหาเสียงของประเทศไทยเรา และจากการดำเนินการเช่นว่าเป็นระยะเวลาไม่น้อย รวมไปถึงการเดินทางพบปะผู้คน และเชื้อเชิญผู้คนมายังบ้านเราเมืองเรา สนทนาพาทีกันในลักษณะต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้ร่วมกันจากการที่ประเทศไทยจะได้เข้าเป็นสมาชิกชั่วคราวดังกล่าว จากที่ได้ข้อมูลตามแหล่งต่างๆ ก็เป็นที่มั่นใจในระดับหนึ่งว่า ประเทศไทยเราคงจะได้ดำรงตำแหน่ง หลังจากที่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวครั้งสุดท้าย เมื่อ พ.ศ. 2529 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
สุดท้าย ในคราวลงคะแนนกันจริงๆ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ที่เพิ่งผ่านไป รอบแรกก็ฉายแววให้เห็นแล้วว่าคะแนนของเราน้อยกว่าที่ได้ทราบว่าจะมีคนสนับสนุน และในรอบสอง คะแนนก็ไปทางอื่น จนเราไม่ได้รับเลือก ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” อันเป็นระดับระหว่างประเทศ ทั้งนี้เรื่องเช่นนี้เกิดได้ทุกที่ ทุกระดับ แต่หากเป็นการเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ที่ดีกว่าของโลก ก็คงจะว่าอะไรกันไม่ได้ แต่หากเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของบางประเทศ เรื่องเช่นนี้ก็ไม่ต่างกับการเมืองภายในประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ
หากการเมืองเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับใด ยิ่งเป็นระดับที่ใหญ่เท่าใด ยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายเท่านั้น ยิ่งไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้คนโดยรวมในพื้นที่ขนาดใหญ่เท่าใด ยิ่งมีอันตรายในรูปแบบต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น หากเกิดขึ้นในประเทศหนึ่งๆ ก็เป็นผลกระทบด้านลบต่อประเทศนั้นๆ หากเป็นในโลกใบหนึ่ง ก็ส่งผลกระทบด้านลบต่อโลกนั้นๆ ซึ่งจากเรื่องคณะมนตรีความมั่นคงที่ว่าไปนั้น หากเป็นการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนของบางประเทศ ระบบสหประชาชาติก็คงจะต้องได้รับการปฏิรูปเช่นกัน ฉันใดก็ฉันนั้น เช่นเดียวกันกับที่มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองภายในประเทศ
ไม่ทราบได้ว่าอันที่จริงการเมืองก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่เราไม่ได้ตระหนัก หรือมันสามารถทำให้แตกต่างไปได้ ก็ต้องแล้วแต่ว่าเราต้องการให้ การเมือง เป็นเช่นไร อยู่ที่มือพวกเราจะช่วยกัน ทั้งระดับประเทศและระดับโลก คงจะไม่ยากเกินไปนัก หากเราพยายาม สันติภาพโลก หรือสันติภาพประเทศ ก็คงจะอยู่แค่เอื้อมมือเรา







