
แคนนาดาพร้อมเชื่อมอาเซียนกับอเมริกาเหนือและยุโรป
ทูตแคนาดาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในโอกาสพ้นหน้าที่ พร้อมเป็นประตูเชื่อมอาเซียนกับอเมริกาเหนือและยุโรป
ทูตแคนาดาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในโอกาสพ้นหน้าที่ พร้อมเป็นประตูเชื่อมอาเซียนกับอเมริกาเหนือและยุโรป
เมื่อวันที่ 1ก.ค.59 เวลา 14.30น. นายฟิลิป คาลเวิร์ต เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย (H.E. Mr. Philip Calvert) เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยพันเอกอธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีเสียสละเวลาและให้โอกาสได้เข้าพบเพื่ออำลาตำแหน่ง ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ ขอให้เอกอัครราชทูตฯ คิดว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง และหวังว่าไทยและแคนาดาจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต
นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์การเมืองประเทศไทย ขณะนี้กำลังเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามโรดแมปเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมทั้งรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้าน และนานาประเทศ และเอกอัครราชทูตฯ จะช่วยสานต่อและสร้างความเข้าใจกับประชาชนชาวแคนาดาในเรื่องนี้ต่อไป
นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือทวิภาคีและปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับแคนาดาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา พร้อมหวังว่า จะมีการส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่มีความสนใจและมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เนื่องจากแคนาดามีศักยภาพและบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ จึงหวังว่าจะเป็นโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างกัน
สำหรับด้านการค้าและการลงทุนที่ผ่านมาไทยได้มีการแก้ไขระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติ และหวังว่านักลงทุนไทยและแคนาดาจะมีโอกาสได้เจรจาพูดคุยเพื่อสานต่อความร่วมมือให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงความพร้อมของไทยในการเป็น “ประตู”สู่กลุ่มประเทศอาเซียน
ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า แคนาดาพร้อมจะเป็น“ประตู”สู่ภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป โดยอาศัยกรอบความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างกัน อาทิ NAFTA เพื่อเพิ่มพูนความสัมพันธ์ในครอบคลุมในหลายมิติ
ตอนท้าย เอกอัครราชทูตฯ กล่าวยินดีที่ประเทศไทยถูกยกระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ โดยได้ปรับสถานะขึ้นมาเป็น Tier 2 Watch List ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559







