posttoday
หาโอกาสจากเบร็กซิต

หาโอกาสจากเบร็กซิต

01 กรกฎาคม 2559

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

สหราชอาณาจักรลงประชามติให้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต ด้วยคะแนนเสียง 51.9% ต่อ 48.1% เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2559  ทำให้โจทย์ในการทำธุรกิจและการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปมาก และมองว่าเป็นโอกาสให้กับผู้ที่สามารถปรับตัวได้ทันสถานการณ์ แต่ก็หวังว่าจะไม่ลุกลามจนถึงขั้นสหภาพยุโรป (อียู) แตก หรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ การเจรจาในเงื่อนไขต่างๆ จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเวลาอย่างน้อย 2 ปี

ผลของมติที่ออกมาพลิกล็อกสร้างความตื่นตระหนกให้กับโลกใบนี้ เห็นได้จากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์เกิดความปั่นป่วน โดยเฉพาะตลาดหุ้นโลกเพียงวันเดียวสร้างความเสียหายมากถึง 70.61 ล้านล้านบาท นับว่าลดลงในรอบวันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 9 ปี โดยตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาสูญมากที่สุดถึง 29.3 ล้านล้านบาท หุ้นกลุ่มการเงินทั่วโลกทรุดลง 14.1 ล้านล้านบาท ส่วนตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นทรุดมากที่สุดประมาณ 8%

ค่าเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง เงินเยนแข็งค่าขึ้น 7.2% มากที่สุดในรอบ 2.7 ปี ระหว่างวันหลุดระดับ 100 เยน/เหรียญสหรัฐ และเงินปอนด์ร่วงลง 11% แตะ 1.33 เหรียญสหรัฐ/ปอนด์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 31 ปี ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกัน

สำหรับทองคำสินทรัพย์ปลอดภัย เป็นที่หลบภัยของนักลงทุนในยามวิฤกต ราคาล่วงหน้า กระโดดขึ้นไปถึง  4.74% ราคาในประเทศไทย พุ่งไปบาทละ 800 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 3.80% สมาคมค้าทองคำมีการเปลี่ยนแปลงราคามากถึง 31 ครั้งภายในวันเดียว ทำสถิติปรับราคาถี่ที่สุดเป็นประวัติการณ์

นักลงทุนได้โยกเงินไปพักไว้ในตลาดตราสารหนี้ทำพันธบัตรรัฐบาลหลายแห่งทั่วโลกมีอัตราผลตอบแทนลดลงต่ำสุดทำสถิติใหม่ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ผลตอบแทนลดลงมาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ลบ 0.23% ส่วนพันธบัตรระยะยาวอายุ 20 ปี ผลตอบแทนต่ำสุดทุบสถิติใหม่ที่ 0.040% พันธบัตร อายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทน 0.050% และพันธบัตรอายุ 40 ปี อยู่ที่ 0.080% ในวันเดียวกันพันธบัตรไทย ผลตอบแทนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง 0.04-0.06% ในตราสารหนี้ระยะยาว

วันที่ 24 มิ.ย. 2559 เป็นอีกวันหนึ่งที่โลกและนักลงทุนจะต้องจดจำจนลืมไม่ลง มูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุน   หายวับไปมาก ดูเหมือนว่าจะเกิดวิกฤตการณ์รอบใหม่ และมีการคาดการณ์ไปในทางเลวร้ายต่างๆ นานา แต่ไม่น่าเชื่อที่เหตุการณ์จะสงบลงได้ภายใน 1-2 วันเท่านั้น ตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่งดีดกลับมาได้ จนถึงวันนี้ ตลาดหุ้นไทยบวก 4 วันติดต่อกัน (27-30 มิ.ย.) ดัชนีขึ้นมายืนเหนือระดับก่อนวันลงประชามติ ขึ้นมาทดสอบบริเวณ 1,450 จุด แต่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ที่หายไป 133,503 ล้านบาท ยังไม่กลับมาอยู่เท่าระดับวันที่ 23 มิ.ย. ที่มาร์เก็ตแคป 13,842,423 ล้านบาท

ในยามโลกมืดมน ใครมองภาพเลวร้ายมากๆ เช่น อียูจะแตกแล้ว มีอีกหลายประเทศจะออกตามสหราชอาณาจักรก็อาจจะตัดสินใจผิดพลาด เช่น ทิ้งหุ้นตั้งแต่แรกที่ร่วงดิ่งเหว 1.62% แต่หากมองว่าเป็นโอกาสเก็บของดีราคาถูก หลังจากค้นคว้าหาข้อมูลแล้ว จะเป็นผู้ชนะในที่สุด เพราะตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนและน้ำมันดีดกลับมาอย่างรวดเร็ว

เช่นเดียวกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผ่านมาอาจจะทำธุรกิจสบายๆ พึ่งพาตลาดยุโรปจำนวนมาก ถึงเวลานี้ต้องคิดหาหนทางขยับขยายหาตลาดใหม่ๆ ได้แล้ว ซึ่งยังพอมีเวลาปรับตัว หลังจากเสียงคาดการณ์ดังมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟด อาจจะหมดสิทธิปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2559 และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยติดลบเพิ่มอีกแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะต้องรวมพลังกอบกู้สถานการณ์ ออกมาตรการมาดูแลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้ต้องการเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว

แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ความไม่แน่นอนยังคงอยู่กับโลกใบนี้ต่อไป ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะผันผวน ควรหาจังหวะในการเข้า-ออกลงทุน เชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนดีทีเดียว แต่ทุกอย่างจะต้องมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน และหวังว่าแนวโน้มจะมีเงินทุนไหลออกจากอียูและไหลเข้าเอเชียบ้าง หุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์ด้วย

ขออย่างเดียวอย่าให้เบร็กซิตลุกลามจนควบคุมไม่ได้ ก่อให้เกิดวิกฤตครั้งใหญ่ เหมือนอย่างที่ จอร์จ โซรอส  พ่อมดการเงิน ทำนายไว้ หรืออียูแตก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์