posttoday
ธปท.ทบทวนเศรษฐกิจใหม่3ส.ค.นี้

ธปท.ทบทวนเศรษฐกิจใหม่3ส.ค.นี้

01 กรกฎาคม 2559

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะศึกษาผลกระทบกรณีสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยจะนำผลการศึกษาเสนอที่ประชุม กนง.ให้พิจารณาในการประชุมวันที่ 3 ส.ค.นี้

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะศึกษาผลกระทบกรณีสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยจะนำผลการศึกษาเสนอที่ประชุม กนง.ให้พิจารณาในการประชุมวันที่ 3 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ รายงานนโยบายการเงินเดือน มิ.ย. ที่ กนง.ได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยล่าสุด ได้ประมาณเศรษฐกิจรอบเดือน มิ.ย.นี้ ธปท.คาดว่า ปีนี้จะโต 3.1% คงที่จากที่เคยคาดเมื่อเดือน มี.ค.ซึ่งเป็นสมมติฐานภายใต้การบริโภคเอกชนโตที่ 1.8% เท่าเดิม การลงทุนภาคเอกชนที่ 3.1% เพิ่มจาก 2.4% การอุปโภคภาครัฐ 3.5% เพิ่มจาก 3.3% การลงทุนภาครัฐ 10.1% ลดลงจาก 10.7% ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าการส่งออกสินค้าติดลบ 2.5% เพิ่มจากติดลบ 2% ในครั้งก่อน และการนำเข้าติดลบ 6% ลดลงเล็กน้อยจากครั้งก่อนที่ 6.1% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโตที่ 3.2% ลดลงจากครั้งก่อนที่เคยคาดไว้ที่ 3.3% จากแนวโน้มส่งออกที่ลดลงต่อเนื่อง

จาตุรงค์ กล่าวว่า การเติบโตในปีนี้ยังมีโอกาสโตได้ดีกว่าคาด จากปัจจัยบวกด้านการใช้จ่ายภาครัฐและผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจจะมีมากกว่าคาด จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากกว่าคาด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โตได้ต่ำกว่าคาด คือ เศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจต่ำกว่าคาดที่อาจมีปัญหาในภาคการเงิน เบร็กซิต ความเชื่อมั่นภาคเอชนที่เปราะบางที่อาจส่งผลต่อการใช้จ่ายภาคเอกชนมากกว่าคาด รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจทำให้การใช้จ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยวต่ำกว่าคาด

รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค.ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่กระเตื้องขึ้น จากรายได้ภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นเป็นบวก 2 เดือนติดต่อกันหลังจากติดลบมานาน นับตั้งแต่ต้นปี 2555 โดยเดือน เม.ย.รายได้ภาคเกษตรขยายตัว 2.2% และเดือน พ.ค. 6.7% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาภัยแล้ง

จากรายได้ภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากการบริโภคภาคเอกชนเดือน เม.ย.ที่ขยายตัว 4.2% เพิ่มเป็น 5.3% โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ในเดือน เม.ย.ขยายตัว 7.8% เพิ่มเป็น 10.8% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ธปท.เริ่มเห็นเครื่องชี้การบริโภคภาคใต้เข้มแข็งกว่าภาคอื่นๆ หลังราคายางพาราปรับดีขึ้น ทำให้คาดว่าเมื่อภัยแล้งหมดไปจริงๆ คนกลับมาปลูกข้าวได้เป็นปกติ การบริโภคในภาคอื่นๆ ก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วยในครึ่งปีหลัง ประกอบกับการใช้จ่ายลงทุนของภาครัฐกลับมาขยายตัวดี 

“รายได้ภาคเกษตรกลับมาปรับดีขึ้นน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ทำให้กำลังซื้อหรือการบริโภคภาคเอกชนของครัวเรือนเกษตรปรับดีขึ้นด้วย แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นมากนัก เนื่องจากครัวเรือนยังมีภาระหนี้สูงทำให้เกษตรกรต้องแบ่งรายได้ไปเพื่อการบริโภคด้วยและชำระหนี้ด้วย ซึ่งนอกจากจะทำให้บริโภคดีขึ้นยังทำให้ความเชื่อมั่นปรับดีขึ้นด้วย แนวโน้มในครึ่งปีหลังก็น่าจะปรับดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะภัยแล้งเริ่มบรรเทาลงแล้ว” รุ่ง กล่าว

ทั้งนี้ รายได้ภาคเกษตรของไทยขยายตัวติดลบมานานตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2555 รายได้เกษตรลดลงจากราคายางพาราลง ปี 2556 ลดลงจากเหตุการณ์กุ้งตายเฉียบพลัน ปี 2557 ลดลงจากราคายางพารา และปี 2558 ลดจากผลผลิตข้าวจากปัญหาภัยแล้งและราคายางพาราลดลง ซึ่งในครึ่งหลังของปีนี้เชื่อว่าการผลิตสินค้าเกษตรจะดีขึ้นได้เพราะภัยแล้งเริ่มบรรเทา

ดังนั้น แนวโน้มการบริโภคในประเทศน่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง หลังปรับดีขึ้นมาตลอด 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยการบริโภคเดือน ม.ค.อยู่ที่ 1.2%, ก.พ. 1.9%, มี.ค. 3.3%, เม.ย. 4.2% และ พ.ค. 5.3% ทำให้ ธปท.มั่นใจได้มากขึ้นว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้น่าจะโตได้ที่ 3.1% แต่ต้องคอยดูว่าปัจจัยในต่างประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูงจะมากระทบได้มากแค่ไหน

รุ่ง กล่าวว่า แต่ถึงกำลังซื้อในประเทศจะดีขึ้น แต่การส่งออกสินค้าที่ยังคงหดตัว 3.7% ส่งผลให้การผลิตและการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอยู่ที่ 1.5% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากเดือนก่อนหน้าที่ 0.8% ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.8%

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในขณะนี้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เพราะกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถือว่าอยู่ในจุดที่ต่ำสุดแล้ว โดยเศรษฐกิจไทยอยู่ในรูปของตัวแอลที่กำลังขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป เอื้อให้เศรษฐกิจทวีปเอเชียมีความแข็งแกร่ง

สำหรับรายได้ครึ่งปีแรกโต 3-4% หรือกว่าแสนล้านบาทซึ่งถือว่าดี โดยสินค้าที่เติบโตมาจากอาหาร ส่วนสินค้าแฟชั่นเป็นกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นตัว คาดว่า ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จะรักษารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท เพราะคนยังมีความระมัดระวังการใช้เงิน อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า ทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะผลักดันให้รายได้ของสหกรุ๊ปเติบโต 5%

บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ยอดขายมาม่าครึ่งปีแรกเติบโต 10% จึงมั่นใจว่ารายได้บริษัทเติบโต 10% หรือเพิ่มจาก 3.2 หมื่นล้านบาท เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดรอบ 14 ปี และคาดว่ารายได้ปีหน้าเติบโต 15% ส่วนงานสหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 20 รายได้กว่า 300 ล้านบาท คนเข้างานกว่า 1.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1 ล้านคน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท