
ผู้บริโภคคลายกังวลการเมือง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. พุ่ง 79.3 สูงสุดรอบ 6 เดือน
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. พุ่ง 79.3 สูงสุดรอบ 6 เดือน
นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. 2553 ว่า ค่าดัชนีปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 79.3 จาก 77.1 เมื่อเดือน มิ.ย. เป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อการเมือง และปัจจัยลบต่างๆ คลี่คลายเร็ว คาดว่าความเชื่อมั่นจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในอนาคต
อย่างไรก็ดี ค่าดัชนีโดยรวมยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 ต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 72 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ มากนัก โดยเฉพาะความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่สัญญาณการฟื้นตัวก็เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น ทำให้มองได้ว่าผู้บริโภคจะเริ่มกลับมาบริโภคมากขึ้น
เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ปรับตัวดีขึ้นจาก 75.8 เป็น 78.7 เป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 54 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2549 เป็นต้นมา แต่ผู้บริโภคยังกังวลในปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลกและการเมือง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การบริโภคของภาคประชาชนยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอยู่ เพราะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการมีค่าต่ำกว่าระดับปกติ แต่จะเริ่มบริโภคมากขึ้นเป็นลำดับไตรมาส 3
ด้านผลสำรวจความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอย การซื้อรถยนต์ ปรับตัวดีขึ้น คาดว่ายอดขายสินค้าจะดีขึ้นในไตรมาส 3 และตลาดสินค้าทั่วไปจะกลับมาสู่ระดับปกติไตรมาส 4 ประกอบกับการส่งออกดีขึ้น การเมืองมีทิศทางดีขึ้น คาดว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมจะขยาย 67% ศูนย์จะปรับประมาณการเศรษฐกิจวันที่ 19 ส.ค.นี้
สำหรับปัญหาที่น่าเป็นห่วง คือ อัตราแลกเปลี่ยน หวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาดูแลไม่ให้แข็งค่าถึง 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ถึง 20% ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง ได้แก่ การเมือง ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย และค่าบาท







