
สังคมโพสต์ทูเดย์
...หลวงสมัคร
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่ด...m...หึ่งทั้งสภา พฤติกรรมฉาวโฉ่ของ
“ผู้มีอำนาจ” ที่กระทำต่อ “ข้าราชการชั้นผู้น้อย” มีให้เห็นแทบทุกยุคทุกสมัย ในทุกระดับชั้น ไม่ใช่แค่ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้เท่านั้น แต่ยังมีที่ไม่เป็นข่าวอีกไม่รู้กี่ราย ไล่เรียงมาตั้งแต่ระดับท่าน “สส.ผู้ทรงเกียรติ” กับข้าราชการรัฐสภาสาว ขยับมาอีกหน่อยก็เป็นระดับ “ประธานคณะกรรมาธิการ” กับเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบดูแลคณะกรรมาธิการชุดนั้น หรือยกระดับอีกหน่อยก็คือระดับ “รองประธานสภา” ซึ่งจะมีทั้ง “หน้าห้องหลังห้อง” ให้คอยแทะโลม ทั้งในและนอกเวลาราชการ ล่าสุดที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ “จอมหื่น” เป็นถึง “อดีตประธานรัฐสภา” ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ล่อลวง “ข้าราชการสาวรุ่นลูก” จนเรื่องไปถึงโรงถึงศาล แต่หากจะให้พูดถึง ตำนานฉาวโฉ่ ในสภาหินอ่อนอันทรงเกียรติ ต้องยกให้ “อดีตผู้มีอำนาจ” ท่านนี้ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นผู้ที่มีหน้ามีตาระดับประเทศ ได้รับการยกย่องจากสังคมว่าเป็น “ปรมาจารย์” ด้านการวางกฎกติกาของสังคม เคย “บรรเลงบทรัก” กับอดีต “ดาวยั่ว” กลางสภาหินอ่อน จนชื่อกระฉ่อนเมืองมาแล้ว...m...ได้แต่เห็นใจ จบแบบเรียบง่ายสำหรับการเสนอชื่อ “พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี” เป็น ผบ.ตร. โดยปีนี้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ต.ช. ไม่ต้องเหนื่อยกับคลื่นใต้น้ำ นั่นคือความโชคดีของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ แต่สำหรับประเทศไทยและระบบราชการไทย ถือเป็นความโชคร้ายของ “ข้าราชการตำรวจ” ที่ตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนมาทั้งชีวิต ไต่เต้ามาตั้งแต่ระดับ “นายร้อย” ปราบโจรผู้ร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน ทำคดีดังๆ ระดับประเทศมามากมาย จับอาชญากรเข้าคุกมาไม่รู้เท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ มองดูคนที่มีวาสนา “เหยียบหัวขึ้นไปเป็นใหญ่” คนแล้วคนเล่า ฟังแล้วเศร้าแทนนักเรียน “นายร้อยสามพราน” ที่กำลังจะออกมาเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี ต้องคิดเอาเองว่าจะเป็น “นายตำรวจที่ดี” ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเททั้งกายและใจ เพื่อให้กับประชาชนได้รับความปลอดภัย ด้วยการเอาชีวิตของตัวเองเข้าแลก เพื่อไปนั่งมองเพื่อนได้ดี หรือจะเริ่มหา “ช่องทางลัด” เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพราชการ ไม่ต้องสนใจความสงบสุขในสังคม...m...ฝากดูหน่อย มีเสียงบ่นพึมพำมาจากกระทรวงคลองหลอด สำหรับผู้ที่สอบได้เป็น “โยธาธิการจังหวัด” หากต้องการได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ จะต้องจ่ายค่าสวัสดิการให้กับ “ไอ้โม่ง” คนละ 3 ล้านบาท ฟังแล้ว “อกอีแป้นจะแตก” อะไรกันฟะ...บ้านนี้เมืองนี้ คนมีความรู้ความสามารถ อุตส่าห์ฝ่าด่านสอบคัดเลือกได้เป็นว่าที่นายช่าง เงินเดือนเริ่มต้นไม่ถึงหมื่นบาท แต่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะถึงเจ็ดหลัก “ลุงจิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้ยินแล้วสั่งเร่งตรวจสอบในทางลับโดยด่วน ก่อนที่ “ไอ้โม่ง” จะไหวตัวทัน...m...ขอบ่นหน่อย คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะตัดสินได้ช่วงปลายปีนี้ มีหลายคนเป็นห่วง เพราะไม่ว่าจะออกหน้าไหน “ยุบไม่ยุบ” บ้านเมืองก็คงจะอลหม่านแน่ เพราะหาก “ไม่ยุบ” สังคมก็จะเกิดคำถามแบบหนึ่ง ตามมาด้วยการเคลื่อนไหวของ “มวลชน” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเหตุผลในการวินิจฉัยมีเพียงพอที่สังคมพอจะรับฟังได้ การเคลื่อนไหวบนท้องถนนก็อาจจะไม่เข้มข้นมากนัก แต่หากคำอธิบายออกมาแบบ “สีข้างถลอก” มีหวังวุ่นแน่ ขณะที่อีกมุมหนึ่ง หากคำวินิจฉัยออกมาว่าให้ “ยุบ” การเมืองไทยจะวุ่นไม่แพ้กัน แต่ที่สำคัญความกังวลใจที่กลัวว่า “พรรคทักษิณ” จะกลับมาใหญ่อีกครั้ง อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับฝ่ายความมั่นคง สุดท้ายอาจจบลงด้วย “เพลงมาร์ช” อีกเช่นเคย...m...แค่การแสดง เรื่องของรถเมล์เอ็นจีวีที่ถูก ครม.ตีกลับ ตามมาด้วยลีลาออกท่าออกทางขึงขังของ “โสภณ ซารัมย์” รมว.คมนาคม กับแนวร่วมจากพรรคภูมิใจไทย เหมือนกับไม่เคยรู้มาก่อนว่าโครงการนี้จะถูกเบรก ก็เป็นเพียงแค่การออกแขก วาดลวดลายทางการเมืองให้ตัวเองมีราคาเท่านั้น เพราะโครงการนี้ “เนวิน ชิดชอบ” รู้มาตั้งแต่ปีมะโว้แล้วว่า ชาตินี้ยังไงพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีทางปล่อยโครงการมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ให้กับพรรคภูมิใจไทยแน่ๆ แต่ต้องทำเป็นขึงขัง เพื่อเก็บไว้เป็นแต้มต่อทางการเมือง...






