
เบร็กซิตพ่นพิษ รุมหั่นจีดีพีไทย
ทยอยหั่นจีดีพีไทย หลังคาดเบร็กซิตทุบส่งออกแย่หนักกว่าเดิม รมว.คลังมั่นใจกระทบน้อย เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน
ทยอยหั่นจีดีพีไทย หลังคาดเบร็กซิตทุบส่งออกแย่หนักกว่าเดิม รมว.คลังมั่นใจกระทบน้อย เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน
นางพิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบจากผลประชามติให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต จะมีต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน
“การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์และยูโรอ่อนค่าทำให้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้น จึงปรับลดประมาณการส่งออกทั้งปีจากเดิม 0% เป็นหดตัว 2% ส่วนการท่องเที่ยว เงินปอนด์และเงินยูโรที่อ่อนค่าจะกระทบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวอังกฤษและยุโรปในไทย ส่วนผลต่อการลงทุนโดยตรงอาจทำให้โครงการลงทุนใหม่ชะลอออกไปเพื่อดูความชัดเจนก่อน” นางพิมลวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ไว้ 3 กรณี คือ กรณีเลวร้ายที่มีผลกระทบลุกลามไปถึงเศรษฐกิจของประเทศอื่นในอียู อาจฉุดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยหายไปถึง 0.2% กรณีพื้นฐานที่กระทบเฉพาะยูเคส่งผลต่อไทยราว 0.07% และในกรณีผลกระทบไม่รุนแรง ส่งผลกับเศรษฐกิจไทยเพียง 0.04% คาดว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจเติบโตเหลือ 2.9% แต่จากแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่าคาดที่ 3.2% จึงคงประมาณการจีดีพีทั้งปีที่ 3%
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าผลกระทบเรื่องนี้จะต่อเนื่องไปถึงไหน ขณะนี้ทุกอย่างคือการคาดเดา ผมก็คาดเดา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องดูแลป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยขณะนี้ไม่ได้เน้นการพึ่งพาเศรษฐกิจต่างประเทศ รวมถึงการส่งออก แต่เน้นไปที่การใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศเอง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็เดินเรื่องนี้มาตลอด สะท้อนให้เห็นจากการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศอื่นปรับลดลง ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกดี เศรษฐกิจไทยก็จะแล่นฉิว
ก่อนหน้านี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า เตรียมปรับลดจีดีพีปีนี้ลงจาก 3% เหลือ 2.9% เนื่องจากเบร็กซิตจะทำให้การส่งออกปีนี้จากที่คาดว่าจะขยายตัว 0.8% เปลี่ยนเป็นติดลบ 2%







