posttoday
สังคมผู้สูงอายุ....รอการเหลียวแลจากรัฐอย่างเป็นระบบ

สังคมผู้สูงอายุ....รอการเหลียวแลจากรัฐอย่างเป็นระบบ

12 สิงหาคม 2553

จากสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สายลมแห่งการพัฒนาได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างครัวเรือนไทยให้กลายเป็นครัวเรือนเดี่ยวขนาดเล็กและมีสมาชิกน้อยรุ่นลง ครัวเรือนจำนวนมากอยู่กันเพียงสามีและภรรยา ครัวเรือนผู้สูงอายุต้องอยู่กันลำพังมากขึ้น

ทำให้การแสดงความรักความห่วงใยลดลง โอกาสใกล้ชิดกับคนในครอบครัวลดลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ขาดผู้ดูแลเอาใจใส่ รวมทั้งขาดความสุขในการใช้ชีวิตบั้นปลายกับลูกหลานและญาติพี่น้อง

จากหนังสือ “ด้วยรักและกตัญญู สู่ระบบการดูแลผู้สูงอายุที่ยั่งยืน” โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ระบุว่า มีผู้สูงอายุ 60% ได้รับการเอาใจใส่จากสมาชิกในครอบครัวได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ท่ามกลางบุตรหลาน เครือญาติ หรือมีผู้ดูแล

ผู้สูงอายุวัยอายุ 80 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุพิการกว่า 80% ได้รับการดูแลและช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยคนในครอบครัวซึ่งเกือบครึ่งดูแลโดยลูก

แต่สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังก็เพิ่มมากขึ้นจาก 3.6% ในปี 2537 เป็น 7.6% ในปี 2550 ผู้สูงอายุที่อยู่กับคู่สมรสลำพังมี 11.6% ในปี 2537 เพิ่มเป็น 16.3% ในปี 2550 ขณะที่แนวโน้มที่น่ากังวลคือ สัดส่วนของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับลูกลดลงตามลำดับ จาก 73.6% ในปี 2537 เหลือ 65.7% ในปี 2545 และ 60.2% ในปี 2550

สิ่งที่น่ากังวล คือ สังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ประชากรวัยสูงอายุเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประชากรวัยเด็กเริ่มลดจำนวนลงพอๆ กับประชากรวัยแรงงาน

สาเหตุสำคัญมาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงมีบุตรเฉลี่ยลดจำนวนลงจาก 5.4 คน ในปี 2503 เหลือเพียง 1.85 คน ในปี 2553 ขณะที่อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นจาก 71.7 ปีในปัจจุบัน เป็น 76.4 ปี ภายใน 20 ปีข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างดังกล่าวทำให้สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุต่อสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ เพิ่มจาก 7% เป็น 11% และจะเพิ่มเป็น 25% ในปี 2573

นั่นหมายความว่าคนไทย 4 คน จะมีคนสูงอายุ 1 คน

คุณยายเจียร ปุ่นบุตร วัย 91 ปี ชาว อ.บางวัว จ.ฉะเชิงเทรา เล่าว่า มีลูก 5 คน ชาย 2 หญิง 3 แต่งงานไปแล้ว 3 คน ตอนนี้ยายอยู่กับลูกสาวคนรองสุดท้อง อายุเกือบ 50 ปี ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินให้ เพราะยังโสดก็เลยอยู่ด้วยกันมา

“ยายเป็นโรคกระดูกพรุนตามวัย แต่สุขภาพโดยรวมก็ดี อาการอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ก็มีบ้าง เช่น ท่อน้ำตาตัน กระดูกคอเสื่อม ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านบ้าง อยู่อย่างนี้ก็ไม่เหงา ลูกสาวคนเล็กทำงานที่กรุงเทพฯ ก็มาเยี่ยม ลูกสาวอีกคนที่แต่งงานไปก็พาลูกมาเยี่ยมบ่อย อยากไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน ลูกหลานก็พาไป เขามีเงินให้ทุกเดือน ก็เก็บเอาไว้ทำบุญ ช่วยงานบวช งานศพ” คุณยายวัย 91 ระบุ

อย่างไรก็ดี หลายคนคงไม่โชคดีอย่างคุณยายเจียร เพราะอีกจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตลำพังในบั้นปลายอย่างเงียบเหงา ขาดลูกหลานดูแล

ด้วยสัดส่วนผู้สูงอายุที่มากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และด้านอื่นๆ ในอนาคต

รัฐบาลจึงต้องวางระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวรองรับ ก่อนที่ปัญหาจะปะทุจนเกินจะเยียวยาแก้ไข ลำพังแจกเงินคนแก่ไม่พอต่อระดับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง