
รีดภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลช่วยลดโรคอ้วน
นักวิชาการชี้การเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเกินมาตรฐานส่งผลดีต่อการบริโภคช่วยลดปัญหาโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง
นักวิชาการชี้การเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเกินมาตรฐานส่งผลดีต่อการบริโภคช่วยลดปัญหาโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ แผนงานวิจัยอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (Food and Nutrition Policy for Health Promotion; FHP) มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ สมาพันธ์เครือข่าย NCD แห่งประเทศไทย และ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดประชุมเรื่อง “เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ กรณีภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล.. ได้หรือเสีย?”
ดร.เอวา มาร์โตส ที่ปรึกษากระทรวงพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอาหารจากประเทศฮังการี กล่าวว่า ประเทศฮังการีเริ่มเก็บภาษีอาหารที่ไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเกินมาตรฐาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 เพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ผลการประเมินของการเก็บภาษีอาหารทั้ง 2 ครั้ง ในรอบ 4 ปี ทำให้แน่ใจว่า การใช้มาตรการนี้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลชัดเจนมากกว่ามาตรการอื่นๆ ที่เคยทำมา
ด้าน ดร.ชญาดา ภัทราคม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำเสนอผลการวิจัยว่า ถ้ามีการปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล จนทำให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 20% จะทำให้คนไทยลดการบริโภคน้ำตาลลงเฉลี่ยวันละ 2.122 กรัม กรณีการเก็บภาษีระยะสั้น และลดลงวันละ 2.562 กรัมในระยะยาว หรือลดการบริโภคเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลลงไปประมาณ 55 – 65 มล. (1 ขวดเล็ก)
ทั้งนี้ หากต้องการให้การจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มได้ผลดีมากขึ้นไปอีก ควรมีการดำเนินการในระยะยาว และให้เน้นการคุ้มครองกับเยาวชนเป็นกลุ่มแรก นอกจากนี้ควรมีมาตรการอื่นๆ เสริม เช่น ให้ความรู้แก่ประชาชนให้ตระหนักถึงผลเสียของการบริโภคน้ำตาลเกินขนาด ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและดูแลสุขภาพตัวเองในระยะยาว
ขณะที่ ดร.วิชช์ เกษมทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “การจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเกินมาตรฐาน” เป็นมาตรการที่ได้ผลมากที่สุดในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม จะช่วยลดปัญหาโรคอ้วนและโรคเรื้อรังได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทย หากมีการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเกินมาตรฐานได้นั้น นับเป็นสัญญาณที่ดี และควรดำเนินการร่วมไปกับมาตรการอื่นๆ ซึ่งผลความสำเร็จของหลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่า การเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เช่น อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศที่กำลังผลักดัน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย เป็นต้น.







