
คลี่ปริศนาฆ่าชูวงษ์
ปฏิบัติการจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ยุครัฐบาลเพื่อไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาครบรอบ 1 ปี คดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่และนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจากไปอย่างมีเงื่อนงำปริศนา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558
ปฏิบัติการจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ยุครัฐบาลเพื่อไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาครบรอบ 1 ปี คดีการเสียชีวิต
ของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่และนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจากไปอย่างมีเงื่อนงำปริศนา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558
ก่อนจะนำไปสู่การจับกุมตัว อดีต รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ ได้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในแวดวงสังคมอย่างสูง ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์อันนำมาใช้อ้างในคำให้การของผู้ต้องหา รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความขัดแย้งกัน และไม่น่าเชื่อได้ว่าอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งมีรอยบุบเพียงเล็กน้อยจะเป็นสาเหตุปลิดชีวิตนักธุรกิจระดับหมื่นล้านอย่างแท้จริง
เป็นเหตุให้คนในครอบครัวนายชูวงษ์ได้ติดตามเร่งรัดคดี และชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น โดยเฉพาะการพุ่งเป้าเกี่ยวกับการโอนหุ้นบริษัทของนายชูวงษ์มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ให้แก่ น.ส.กัญฐณาศิวาธนพล อาชีพแคดดี้ และ น.ส.อุรชา วชิรกุณฑล พริตตี้และเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทหลักทรัพย์เออีซี ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิต
จากการสืบสวนทำให้ทราบว่า น.ส.กัญฐณา เป็นบุคคลที่ทั้งนายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยิน มีความสนิทสนมระหว่างไปตีกอล์ฟด้วยกันเป็นประจำ ขณะที่การโอนหุ้นก็มีความผิดปกติ เนื่องจากเป็นการทำธุรกรรม 2 ครั้ง และมีการเทขายหุ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 5 วัน จากนั้นนายชูวงษ์ก็เสียชีวิต ซึ่งเอกสารที่บริษัทโบรกเกอร์ได้ส่งรายงานการซื้อขายประจำเดือนมาให้ที่บ้านในวันที่ 30 มิ.ย. ทำให้ญาติทราบว่าหุ้นที่นายชูวงษ์ครอบครองถูกขายออกไป เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2558
อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นมูลค่าสูงนี่เองได้กลายเป็นชนวนนำไปสู่การขยายผลคดีจนทำให้พนักงานสอบสอบสามารถเชื่อมโยงได้ว่ามีชื่อ น.ส.อุรชา ลงนามในการขายหุ้นในฐานะโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์เออีซี ทั้งที่ น.ส.อุรชา ไม่ใช่โบรกเกอร์ผู้ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์ ซึ่งจากการสอบปากคำ น.ส.อุรชา ยอมรับว่า ไม่ได้เป็นผู้ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์จริง แต่รู้จักกับนายชูวงษ์และคบหาเป็นแฟนกัน อีกทั้งยอมรับด้วยว่าได้รับโอนหุ้นจำนวนหนึ่งจากนายชูวงษ์ก่อนเสียชีวิต โดยได้ใช้ชื่อมารดาเป็นผู้รับหุ้นแทน
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน น.ส.กัญฐณา น.ส.อุรชา และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดา น.ส.อุรชา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมและรับของโจร
อย่างไรก็ดี ระหว่างการจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ณ รีสอร์ท ทาวน์สแคว สวีทเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่พบตัว น.ส.อุรุชา อาศัยอยู่กับ พ.ต.ท.บรรยิน ที่รีสอร์ทแห่งนี้ด้วย ทำให้ปริศนามืดดำของคดีนี้ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ค่อยๆ คลี่ให้เห็นภาพขบวนการอันนำไปสู่การเสียชีวิตของนายชูวงษ์แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น
แต่ปมสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องคลายความสงสัยก็คือ การตั้งข้อหา พ.ต.ท.บรรยิน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ จะต้องมีพยานหลักฐานอย่างแน่นหนาด้วยว่าใครสังหารนายชูวงษ์ และลงมือด้วยอาวุธชนิดใด สถานที่แห่งไหน ก่อนที่จะจบลงด้วยอุบัติเหตุรถยนต์บริเวณซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 อันเป็นจุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจเป็นเพียงฉากที่ถูกสร้างขึ้นมาอำพรางคดีก็เป็นได้







