
ค่าบาทเอื้ออาหารแช่แข็ง
พีมาร์ท ยันไม่สต๊อกอาหารทะเลจากยุโรป เผยเงินบาทแข็งเอื้อธุรกิจนำเข้า มั่นใจเศรษฐกิจไม่กระทบ
พีมาร์ท ยันไม่สต๊อกอาหารทะเลจากยุโรป เผยเงินบาทแข็งเอื้อธุรกิจนำเข้า มั่นใจเศรษฐกิจไม่กระทบ
นายประกร มหากิจโภคิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีมาร์ท ซุปเปอร์สโตร์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกร้านอาหารแช่แข็งพีมาร์ท เปิดเผยว่า จากการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปจะส่งผลดีต่อสินค้านำเข้าที่จะมีราคาถูกลงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทนำเข้าสินค้าจากเยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ รวมแล้วกว่า 10% อาทิ ปลาแซลมอน ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ต้นทุนการผลิตสินค้าถูกลง อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนจะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทได้เจรจากับซัพพลายเออร์ในยุโรป ซึ่งให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าและนำเข้าในไทย อย่างไรก็ตามได้วางแผนสำรองรองรับหากมีผลกระทบ โดยเตรียมหาวัตถุดิบจากตลาดอื่นๆ มาทดแทน เนื่องจากที่เหลืออีก 40% เป็นการนำเข้าจากจีน อเมริกาใต้ และอีก 50% เป็นการใช้วัตถุดิบในไทย
ขณะที่ปีนี้บริษัทจะใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าแห่งที่ 2 ใน จ.นครสรรค์ เพื่อรองรับกับขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาในปีนี้ ซึ่งจะเปิดขยายครอบคลุมภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือให้ครบ 20 สาขา ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 4,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 2,750 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2561 แตะ 6,000 ล้านบาท
“แม้ว่าเศรษฐกิจในช่วงต้นปีจะชะลอตัว แต่อาหารแช่แข็งมูลค่ากว่าแสนล้านบาท แทบไม่ได้รับผลกระทบ เพราะแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการความสะดวก ซื้อสินค้าเพื่อนำไปปรุงเองที่บ้าน หรือกระทั่งร้านอาหารก็เป็นช่องทางที่เติบโต โดยรายได้พีมาร์ทครึ่งปีแรกกว่า 1,000 ล้านบาท และมองว่าธุรกิจค้าปลีกจำหน่ายอาหารแช่แข็งยังเติบโต เพราะพีมาร์ทไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจน จากการวางตำแหน่งเป็นซูเปอร์สโตร์จำหน่ายอาหารแช่แข็งครบวงจรมีสินค้ากว่า 1,000 รายการ”
สำหรับปีหน้าตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 30 สาขา และเตรียมเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ เพื่อสร้างการรับรู้จากนั้นจะขยายสาขาไปยังภาคใต้ รวมทั้งจะพัฒนาสินค้าที่เป็นแบรนด์พีมาร์ทเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีเพียง 20% ที่เหลืออีก 80% เป็นอาหารแช่แข็งแบรนด์อื่นๆ พร้อมวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ 2 ปีข้างหน้า







