posttoday
กกต.ไม่ขอก้าวล่วงผลวินิจฉัยมาตรา61กม.ประชามติ

กกต.ไม่ขอก้าวล่วงผลวินิจฉัยมาตรา61กม.ประชามติ

28 มิถุนายน 2559

กกต.ระบุไม่ขอก้าวล่วงศาลวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติชิบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

กกต.ระบุไม่ขอก้าวล่วงศาลวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติชิบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลืิอกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอภิปรายเพื่อวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ. ศ. 2559 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่29มิ.ย.ว่า ส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วงอำนาจศาล ไม่มีใครรู้ได้ว่าศาลจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร

ทั้งนี้ แต่ส่วนตัวมองว่า มาตรา 61 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ประชามติ เป็นการบัญญัติขึ้นมาเพื่อป้องปรามการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก็คือโซเชียลมีเดีย เพราะสื่อพวกนี้เผยแพร่เร็ว จึงต้องมีการปรามไว้ ไม่ได้เกี่ยวกับคนทั่วไป เว้นแต่มีการเข้าไปใช้สื่อออนไลน์ โดยมีการใช้คำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติเท่านั้น

แต่ในการหลักกฎหมายอาญาคำว่ารุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย และปลุกระดมนั้น ไม่ได้มีระบุไว้ในกฎหมายอาญาเลยสักฉบับ เพราะกฎหมายอาญาจะใช้คำว่า “ก่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในบ้านเมือง” ไม่ใช้คำว่า “ปลุกระดม” คำว่า “ปลุกระดม” มันครอบจักรวาล อะไรก็เข้าปลุกระดมไปหมด มันกว้างมาก กฎหมายอาญาต้องเขียนให้ละเอียด เขียนกว้างไม่ได้ เพราะถ้าออกกฎหมายแล้วไปละเมิดสิทธิของประชาชนมันทำไม่ได้ กฎหมายอาญาต้องเขียนให้แคบ ตรงไปตรงมาและมีความหมายชัดเจน ยกตัวอย่างคำว่า ข่มขู่ นั้นยากมาก แต่ขู่เข็ญ สามารถรู้โดยทั่วไปว่าอะไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท