
ทนายพาเหยื่ออีกรายร้องตร.เอาผิดอดีตนายจ้างหญิงแจ้งความเท็จ
ทนายสงกานต์นำลูกอดีตแม่บ้านอีกรายที่เคยทำงานในบ้านไฮโซหญิงเข้าร้องตำรวจเอาผิดฐานแจ้งความเท็จจนทำติดคุก แฉถูกบังคับเขียนคำสารภาพ
ทนายสงกานต์นำลูกอดีตแม่บ้านอีกรายที่เคยทำงานในบ้านไฮโซหญิงเข้าร้องตำรวจเอาผิดฐานแจ้งความเท็จจนทำติดคุก แฉถูกบังคับเขียนคำสารภาพ
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้พา น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ บุตรสาวของ นางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี ผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกนางไก่ (นามสมมติ) อดีตนายจ้าง แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประชาชื่น ในข้อหาลักทรัพย์ เป็นเงินสดและทรัพย์สินมีค่าหลายรายการรวมมูลค่า 3.26 ล้านบาท ภายหลังมารดาของ น.ส.วณิชยา ได้เข้าทำงานเป็นแม่บ้านของนางไก่ เหตุเกิดเมื่อปี 2558 โดย น.ส.วณิชยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม และแจ้งความดำเนินคดี นางไก่ ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
น.ส.วริชยา กล่าวว่า มารดาของตน ตกเป็นผู้ต้องขังในความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะถูกนางไก่ อดีตนายจ้าง แจ้งความดำเนินคดี ในช่วงที่ได้ลาออกจากงานแม่บ้าน ที่ทำมาก่อนหน้านี้ โดยถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2558 ส่วนสาเหตุเกิดจากการที่ นางไก่ ได้ชักชวนมารดาให้ไปทำงานยังต่างประเทศ แต่มารดาไม่ยินยอมเดินทางไปและขอลาออกงาน หลังจากนั้นก็ถูกปรักปรำ ว่าลักทรัพย์ เป็นเงินสดและทรัพย์สินมีค่าต่างๆ อาทิ แหวนเพชร นาฬิกาข้อมือ ฯลฯ ก่อนจะหลบหนี ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด โดยมารดายืนยันว่าได้นำมาเพียงถุงใส่เหรียญ และได้คืนให้นางไก่ ไปแล้ว
อย่างไรก็ดี หลังจากถูกดำเนินคดีในชั้นศาล มารดาตนได้ถูกบังคับให้เขียนคำรับสารภาพ อ้างว่าเพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนางไก่ ที่มักอ้างตัวว่าเป็นคุณหญิง แล้วจะไม่ติดใจเอาความกับมารดาตน
น.ส.วริชยา กล่าวต่อว่า เมื่อมารดาเซ็นยินยอมรับสารภาพคดี จึงถูกส่งไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัวออกไป นับตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2558 ถึงขณะนี้ ซึ่งตนก็พยายามติดต่อนางไก่ หลายครั้ง เพื่อขอให้ช่วยเหลือมารดาตน ตามที่ได้รับปากว่าหากยอมรับสารภาพจะไม่เอาความ แต่ก็ถูกปฏิเสธ จึงต้องเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามในครั้งนี้
ขณะที่ นายสงกานต์ เปิดเผยว่า นอกจากทาง น.ส.วริชยา จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ตนได้ประสานข้อมูลกับทางตำรวจ สน.ประชาชื่น เพื่อตรวจสอบข้อมูลกรณีการแจ้งความดำเนินคดีของนางไก่ เนื่องจากพบว่ามีการกระทำลักษณะดังกล่าวกับเหยื่ออีกอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งขณะนี้ก็ทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง โดยจะมีการติดต่อเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบฯต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของมารดา น.ส.วริชยา นั้น ก็จะได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อดูแลและให้มีการพิจารณาเยียวยากับผู้ต้องขังรายนี้ด้วย
นายสงกานต์ เปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกันในส่วนของ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า อายุ 19 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ซึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อนหน้านี้แล้วนั้น ในวันเดียวกันนี้ ตนก็ได้พา น.ส.ประภาวรรณ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนและระบุตัวผู้กระทำความผิดด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องและมอบหมายให้ พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม สอบปากคำผู้ร้องไว้แล้ว ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก็จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์นี้ เนื่องจากทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้กำชับและเน้นย้ำให้ทางกองปราบฯ เร่งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจากกรณีที่เกิดขึ้น และไม่ว่าจะมีอีกกี่ราย เราก็พร้อมจะดำเนินการให้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลซึ่งอยู่ระหว่างประสานงานกับทางตำรวจ สน.ประชาชื่น นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้







