posttoday
‘รัฐธรรมนูญ’ตั้งเป้ากำจัดการเมือง รัฐบาลใหม่ภายใต้กรอบครอบงำ

‘รัฐธรรมนูญ’ตั้งเป้ากำจัดการเมือง รัฐบาลใหม่ภายใต้กรอบครอบงำ

28 มิถุนายน 2559

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการเมืองและการจัดการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโครงการปริญญาโท สาขาวิชาการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหาร (MPE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดสรุปประเด็นประกอบการถกแถลงร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญกำกับรัฐบาลไว้อย่างไร”

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยรักไทย ให้ความเห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้พยายามกำกับในส่วนของการเมืองหรือรัฐบาลที่ได้รับเสียงข้างมาก ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยหลักสากล โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจน

ทั้งนี้ มองการเขียนรัฐธรรมนูญไม่ได้ห่วงพรรคและนักการเมืองว่าใครได้มากน้อยกว่ากัน แต่ห่วงประเทศจะเดินอย่างไร โดยเฉพาะกลไกการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ สังคม ทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชนและประเทศชาติ

“เมื่อรัฐธรรมนูญวางกรอบกำกับจนกระดิกไม่ได้ จะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อประชาชน เพราะกลไกต่างๆ แทบทำอะไรไม่ได้ เป็นเป็ดง่อยภายใต้รัฐธรรมนูญนี้”

ขณะเดียวกัน หมวด 5 ในเรื่องหน้าที่ของรัฐ และหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งทั้งสองหมวดมีกรอบกำหนดให้รัฐบาลภายใต้การเลือกตั้งครั้งหน้าแทบทำอะไรด้วยตนเองไม่ได้ เพราะมีหน่วยงานกำกับ โดยเฉพาะ สว.แต่งตั้ง 250 คน เป็นตัวจักรกำกับควบคุม รวมถึงกลไกต่างๆ อาทิ สตง., ป.ป.ช.

อย่างไรก็ตาม การดีไซน์คนมาดำรงตำแหน่ง สว. ประธานศาล จะมีความเป็นกลาง อิสระจริงหรือไม่ และมั่นใจได้อย่างไรจะปฏิหน้าที่เป็นกลาง เที่ยงธรรม ระบบถ่วงดุลตรวจสอบอยู่ที่ไหน อะไรเป็นเครื่องการันตีว่าอนาคตการกำหนดแผนพัฒนา 20 ปี จะสอดคล้องกับประเทศ

สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา มองว่า รัฐธรรมนูญนี้พุ่งเป้าไปที่ฝ่ายการเมือง มากกว่าประชาชน ซึ่งเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคถือว่าใหญ่มากเพราะกระทบรุนแรง และไม่มีอะไรคุ้มครอง ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ที่กำหนดชัดเจนในการตั้งองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค

ทว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่มีเรื่องนี้ จึงอยากฝากประเด็นที่แตะโยงกับชาวบ้าน รวมถึงการศึกษา 12-14 ปี หลังเกิดเสียงวิจารณ์ รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 ถามว่า ทันทีที่ออกประกาศมาจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหาก คสช.สิ้นสภาพ มาตรา 44 ไม่มีผลบังคับใช้จะทำอย่างไร ตรงนี้ต้องมีความชัดเจน

ทั้งนี้ การรัฐประหารส่วนใหญ่มักตามมาด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาขณะนั้น แต่ไม่ได้มองปัญหาตามมาในอนาคตจะสร้างความยิ่งใหญ่กว่า การเขียนรัฐธรรมนูญขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตยสิ้นเชิง โดยตัดขาดจากภาคประชาชนตั้งแต่เริ่มต้นเขียน

“สิ่งที่เขียนขึ้นวันนี้ตัดขาดจากประชาชน แม้การแสดงความเห็นลงประชามติกลายเป็นเรื่องน่ากลัวของสังคม นักศึกษา นักเรียน แสดงความเห็นถูกจับ เดือดร้อนผู้ปกครอง ทำให้ยิ่งสร้างปัญหาและความหวาดระแวงต่อรัฐธรรมนูญที่จะใช้ในอนาคต”

ขณะที่ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตรรกะการร่างรัฐธรรมนูญมันผิดเพราะระบอบประชาธิปไตยปกครองด้วยเสียงข้างมาก แต่ผู้ร่างกลัวตรงนี้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาล จึงเอาความกลัวเป็นตัวตั้ง ทำอย่างไรกำกับควบคุมเสียงข้างมากจนเลยเถิดไม่ให้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาล

ทั้งนี้ เห็นได้ชัดตรงคำถามพ่วงที่ต้องการกำลังส่วนหนึ่งจาก สว.มาสลายความเข้มแข็งเสียงข้างมาก และส่วนตัวคัดค้านเรื่องดังกล่าวมาตลอด แต่รัฐธรรมนูญไปไกลโดยให้ สว.ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งและเลือกนายกฯ ได้ เมื่อตรรกะการร่างกลัวเสียงข้างมาก ก็มีวิธีการควบคุม

ร่างรัฐธรรมนูญนี้โดยในมาตรา 5 ต่างจากมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมาตรา 5 ให้วินิจฉัยตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย แสดงว่าผู้ร่างประเพณีประชาธิปไตยทั่วโลกและประเทศไทยแตกต่างกัน จึงต้องร่างตรงนี้ขึ้นมา แต่ส่วนตัวไม่เชิงติดใจ

“นายกฯ มาตามมาตรา 7 ได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน ทว่าคราวนี้ไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ 12 คน มาทำหน้าที่วินิจฉัยวิกฤตประเทศไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่ แต่ถามว่าการยอมรับอยู่ตรงไหน” 

ด้าน นฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับที่เกิดจากความกลัว อะไรที่กลัวก็ใส่ไว้ว่าจะไม่เกิด แต่ไม่ได้หาสมมติฐานของโรค แต่คิดว่าเรื่องที่กังวลมากสุด คือ มาตรา 5 เพราะเป็นการกลับมาของมาตรา 7 แต่มีวิธีการใช้

ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ใช่ปราศจากวิกฤตซึ่งเกิดขึ้นมากมาย แต่วิธีคิดมาตรา 5 เปิดช่องชัดเจน คือ ใช้ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญโดยไม่โยงกับประชาชนมาตัดสินวิกฤต ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าควรหรือไม่ เมื่อมีวิธีคิดแบบนี้ ประชาธิปไตยภายใต้การกำกับ จนเกิดวิธีคิดการบริหารประเทศ “คุณพ่อรู้ดี คุณพี่ทำทุกเรื่อง”

อย่างไรก็ตาม ต้องกลับไปสู่คำถามวิธีคิดนี้จะเป็นไปได้จริงแค่ไหนในศตวรรษที่ 21 และคาดได้อย่างไร 20 ปี จะไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเห็นใจผู้ร่างเพราะที่ผ่านมามีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย นโยบายบางเรื่องไม่ต่อเนื่อง แต่วิธีการแก้ไปผิดทาง โดยเฉพาะมาตรา 65 แนวนโยบายแห่งรัฐ คิดว่าเป็นวิธีที่ผิดไม่ใช่ทางออกเรื่องนี้

“ถ้าเป็นแบบนี้สะท้อนความพยายามการกลับมารัฐราชการ สิ่งที่ต้องตั้งคำถามราชการปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงจริงหรือ ทำอย่างไรร่างรัฐธรรมนูญจะดึงให้อำนาจเป็นของคนส่วนใหญ่ แต่รัฐธรรมนูญเอาอำนาจส่วนใหญ่ไปให้คนส่วนน้อยตัดสิน”

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69