posttoday
เนชั่นแนลทรัสต์แห่งอังกฤษ (6)

เนชั่นแนลทรัสต์แห่งอังกฤษ (6)

28 มิถุนายน 2559

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

ผู้ร่วมก่อตั้งเนชั่นแนลทรัสต์คนสำคัญอีกคนหนึ่ง คือ ฮาร์ดวิค รอว์นสเลย์ (Hardwicke  Rawnsley) รอว์นสเลย์ เกิดในกุฏิพระที่ชิปเลค แคว้นออกซฟอร์ดไชร์ ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 29  ก.ย. 2394 เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน ของท่านสาธุคุณโรเบิร์ต ดรัมมอนท์ เบอร์เรลล์ รอว์นสเลย์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระดับปริญญาตรีทางธรรมชาติวิทยา เมื่ออายุได้ 23 ปี ปีต่อมาก็ได้ปริญญาโทในสาขาศิลปศาสตร์ จากนั้นได้บวชเป็น “สังฆานุกร” หรือ พระผู้น้อย (Deacon) ในนิกายอังกฤษ ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นอนุศาสนาจารย์ (Chaplain) ในคณะคลิฟตัน มีหน้าที่ดูแลย่านคนยากจนที่สุดในบริสตอล

เมื่ออายุได้ 26 ปี รอว์นสเลย์ได้บวชเป็นพระ (Priest) ปีต่อมาได้ตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบล (Vicar) แห่งวเรย์ (Wray) ใน “อำเภอทะเลสาบ” (Lake District) ปีเดียวกันนั้นท่านได้สมรสกับอีดิธ เฟลทเชอร์ และมีบุตรชายคนหนึ่ง

รอว์นสเลย์มีความรักในชนบท และเริ่มต้นงานรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ความบริสุทธิ์และงดงามของชนบทไว้ โดยร่วมงานกับมิตรร่วมอุดมการณ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2462  และทำงานร่วมกันต่อมายาวนาน คือ โรเบิร์ต ฮันเตอร์ ออคตาเวีย ฮิลล์ และจอห์น รัสกิน

รอว์นสเลย์ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำรณรงค์คัดค้านการก่อสร้างทางรถไฟที่จะใช้ขนหินชนวนจากแหล่งระเบิดหินในภูเขา ซึ่งจะทำความเสียหายให้อาณาบริเวณที่ทางรถไฟผ่าน จากความสำเร็จครั้งนั้น รอว์นสเลย์ได้ขยายผลโดยการก่อตั้งเป็นสมาคมชื่อ “สมาคมป้องกันอำเภอทะเลสาบ” (Lake District Defence Society) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมเพื่อนอำเภอทะเลสาบ” (The Friends of Lake District) ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่านเป็นสมาชิก เช่น โรเบิร์ต บราวนิง กวีและนักเขียนบทละครคนสำคัญของอังกฤษ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ จอห์น รัสกิน และลอร์ด เทนนิซัน กวียิ่งใหญ่อีกท่านหนึ่งของอังกฤษ

รอว์นสเลย์สนใจงานด้านการศึกษาใน พ.ศ. 2427 รอว์นสเลย์และภรรยาเปิดโรงเรียนสอนอุตสาหกรรมศิลป์ขึ้นที่เคสวิค โรงเรียนแห่งนี้ทำการสอนมายาวนานจนถึง พ.ศ. 2529 จึงปิดไป ต่อมายังตั้งโรงเรียนมัธยมขึ้นที่เคสวิค เปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2441 โดยรับนักเรียนทั้งชายหญิงมาเรียนรวมกัน นับเป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมแห่งแรกๆ ในอังกฤษ

ใน พ.ศ. 2426 เมื่ออายุได้ 32 ปี รอว์นสเลย์ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลครอสธ์เวต (Crosthwaite) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเคสวิค งานในหน้าที่พระของรอว์นสเลย์ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ 8 ปีต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะกิตติมศักดิ์แห่งมหาวิหารคาร์ลิสเล (Carlisle Cathedral) รอว์นสเลย์ได้รับการเสนอให้ไปรับตำแหน่งบิชอป แห่งมาดากัสการ์ เมื่อ พ.ศ. 2441 ขณะอายุได้ 47 ปี แต่รอว์นสเลย์ปฏิเสธ เพราะต้องการอุทิศตัวให้แก่งานอนุรักษ์ในเขตอำเภอทะเลสาบ รวมทั้งชนบททั่วอังกฤษต่อไป ใน พ.ศ. 2455 ขณะอายุได้ 61 ปี รอว์นสเลย์ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุศาสนาจารย์กิตติมศักดิ์ของพระมหากษัตริย์ และยังดำรงตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ของกรมทหารแห่งหนึ่งในยศพันเอกด้วย

รอว์นสเลย์เขียนหนังสือไว้กว่า 40 เล่ม ส่วนใหญ่เป็นสารคดี บางเล่มเป็นบทกวี เนื้อหาโดยมากเกี่ยวกับอำเภอทะเลสาบ มีเล่มหนึ่งเป็นบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับจอห์น รัสกิน ซึ่งหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ยกย่องให้เป็นงานที่ดีที่สุดของเขา

นอกจากงานด้านศาสนจักรแล้ว ด้านอาณาจักรรอว์นสเลย์ก็ได้รับการยอมรับอย่างสูง ใน พ.ศ. 2431 ขณะอายุได้ 37 ปี รอว์นสเลย์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสภาจังหวัดคัมเบอร์แลนด์ และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการทางหลวง (Highways Committee)

ในบทบาทหน้าที่ประธานกรรมการทางหลวง รอว์นสเลย์คัดค้านการสร้างถนนผ่านทะเลสาบ ควบคุมมลภาวะจากการทำเหมือง และส่งเสริมให้ทำป้ายทางเท้าให้เพียงพอ การต่อสู้อย่าง
แข็งขันของรอว์นสเลย์ต่อมาขยายวงไปในเรื่องโรงกลั่นสุรา และบั้นปลายชสีวิตได้ให้ความสนใจเรื่องของภาพยนตร์ ซึ่งเขาต่อต้านอย่างแข็งขันกับเรื่องกามารมณ์ และความรุนแรงในภาพยนตร์

รอว์นสเลย์เป็นผู้รับผิดชอบในการรณรงค์หาทุนให้เนชั่นแนลทรัสต์ซื้อป่าแบรนเดิลฮาววูด จนสำเร็จ นับเป็นสมบัติชิ้นแรกในเขตอำเภอทะเลสาบที่เนชั่นแนลทรัสต์ ซื้อมาครอบครองและอนุรักษ์

รอว์นสเลย์ใช้ชีวิตทำงานอยู่ในครอสธ์เวตยาวนานถึง 34 ปี จึงเกษียณตัวเองและย้ายไปอยู่ที่ กราสเมียร์ ซึ่งเขาได้ซื้อบ้าน “อัลลันแบงค์” เอาไว้ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2458 ขณะอายุได้ 64 ปี บ้านหลังนี้ วิลเลียม เวิดสเวิธ กวีคนสำคัญของอังกฤษ (มีชีวิตในช่วง พ.ศ. 2313-2393) พำนักอาศัยอยู่ในช่วง พ.ศ. 2350-2356

อีดิธ รอว์นสเลย์ ภรรยาของฮาร์ดวิค รอว์นสเลย์ ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. 2459 ขณะนั้นรอว์นสเลย์ อายุได้ 65 ปีแล้ว 2 ปีต่อมาเขาแต่งงานกับเอลีเนอร์ ฟอสเตอร์ ซิมป์สัน ซึ่งเป็นเลขานุการของเขา เอลิเนอร์เป็นนักเขียน และได้เขียนชีวประวัติของรอว์นสเลย์จนเสร็จ ตีพิมพ์จำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2466 หลังจากรอว์นสเลย์เสียชีวิตไปแล้ว 3 ปี ศพของเขาฝังไว้ในสุสานที่โบสถ์ของเมืองครอสธ์เวต

รอว์นสเลย์ทำพินัยกรรมยกบ้านอัลลันแบงค์ให้แก่เนชั่นแนลทรัสต์ โดยมีเงื่อนไขให้เอลีนอร์ ภรรยาได้พำนักอยู่ต่อไปได้จนตลอดชีวิต ซึ่งเธอถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. 2502

ในคำไว้อาลัย หนังสือพิมพ์เดอะไทม์ ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า “ไม่เป็นการเกินเลยที่จะกล่าว...ว่า อังกฤษคงจะเป็นประเทศที่ไร้ชีวิตชีวามากกว่านี้ แข็งแรงและมีความสุขน้อยกว่านี้ ถ้าเขา (รอว์นสเลย์) มิได้เกิดมามีชีวิตอยู่และทำงานอุทิศไว้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท