"ชวลิต"มองนโยบายปราบโกงไร้ค่า ถ้าเลือกปฏิบัติ
"ชวลิต วิชยสุทธิ์" ระบุ "นคร มาฉิม"ถูกจนท.บุกตรวจค้นบ้านยามวิกาลมาจากปมตรวจสอบโครงการขุดลอกบึงหนองพล ชี้ นโยบายปราบโกง ถ้าเลือกปฏิบัติ ก็ไร้ค่า
"ชวลิต วิชยสุทธิ์" ระบุ "นคร มาฉิม"ถูกจนท.บุกตรวจค้นบ้านยามวิกาลมาจากปมตรวจสอบโครงการขุดลอกบึงหนองพล ชี้ นโยบายปราบโกง ถ้าเลือกปฏิบัติ ก็ไร้ค่า
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส. พิษณุโลก ถูกทหาร จากกองทัพภาคที่ 3 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้นบ้านยามวิกาล เมื่อ 27 มิย.59 ที่ผ่านมา ได้วิเคราะห์ร่วมกันว่า น่าจะมาจากสาเหตุที่นายนคร ร่วมกับเพื่อไทยตรวจสอบโครงการขุดลอกบึงหนองพล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เมื่อไม่นานมานี้ เพราะหากจะกล่าวหาว่านายนครเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็ไม่มีความเป็นไปได้ ชาวบ้านในพื้นที่และอดีต ส.ส.จำนวนมากคงเป็นพยานยืนยันได้ว่านายนคร เป็น ส.ส. น้ำดีในสภา และเป็นตัวแทนชาวบ้านที่ชาวบ้านรักและศรัทธา ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลแน่นอน
เมื่อสันนิษฐานว่าเรื่องเกิดจากการตรวจสอบบึงหนองพล และยังมีประเด็นค้างคาอยู่อีกหลายประการ คือ
1.จากการตรวจสอบข้อมูล ในพื้นที่ เมื่อ 27 มิย.59 การขุดลอกบึงหนองพลยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ทั้งที่สัญญาสิ้นสุดไปแล้วเมื่อ 30 พ.ย.58 จึงต้องมีการตรวจสอบว่า ต่ออายุสัญญาหรือไม่ ถ้าไม่มี เสียค่าปรับหรือไม่
2.จากการลงพื้นที่จริงได้พบผู้รับจ้างช่วง รับว่าได้รับงานมาทำในราคา 5 ล้านบาทเศษ จากวงเงินงบประมาณที่ว่าจ้างในราคา9 ล้านบาทเศษ ดังนั้น การจ้างช่วงกันเป็นทอดๆ ดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้งานไม่เสร็จตามสัญญาหรือไม่ และมีการเบิกเงินตามโครงการไปแล้ว อย่างไร หรือไม่
3.มีเรื่องที่คั่งค้างการดำเนินการที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ปภ. อผศ. กรมบัญชีกลาง สำนัก
งบประมาณกก.พิจารณาสิทธิพิเศษ ฯ และองค์กรตรวจสอบได้แก่ สตง. ปปท. และ ปปช.พร้อมสื่อมวลชน ร่วมเดินเผชิญสืบโครงการขุดลอกบึงหนองพล ยังพื้นที่จริง ซึ่งยังไม่มีหน่วยใดขานรับนโยบายปราบโกงของรัฐบาลในการร่วมเดินเผชิญสืบดังกล่าว
ทั้งนี้ทราบมาว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จะแถลงข่าวเพื่อขอเดินเผชิญสืบอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ขอให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์ข้อมูลจากนายเรืองไกร เองในรายละเอียด
นายชวลิตกล่าวว่า ส่วนตัวมีเพียงข้อสังเกตว่าจากการตรวจสอบโครงการขุดลอกคู คลอง ของ อผศ.โดยวิธีกรณีพิเศษ ที่ผ่านมา ซึ่งส่อพิรุธว่าน่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในการดำเนินโครงการ ฯ ตั้งแต่ฝ่ายนโยบายจนถึงฝ่ายปฏิบัติ ดังที่ พท.ได้ให้ข้อมูลทั้งที่เป็นเอกสารไปยังรัฐบาล และทึ่เผยแพร่ยังสื่อมวลชนมาเป็นระยะ ๆ เป็นเวลาหลายเดือน ประการสำคัญ ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้มีอำนาจระงับความเสียหายของโครงการ แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับนิ่งเฉยอย่างผิดปกติ เหมือนกับยอมรับความผิดโดยดุษณี มีเพียง อผศ. ตั้ง กก. สอบทุจริตกันเอง ซึ่งไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจาก อผศ.ไม่มีอำนาจตรวจสอบโครงการ ฯ ข้ามกรม ข้ามกระทรวงได้ จึงทำให้เห็นว่านโยบายปราบโกงไร้คุณค่า หากเลือกปฏิบัติ
ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นฉบับปราบโกง ก็จะไร้ความหมาย เพราะเลือกปราบเลือกปฏิบัติ ตนยังหวังที่จะเห็นรัฐบาลกล้าพิสูจน์ความจริง ด้วยการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรตรวจสอบดังกล่าว ร่วมเดินเผชิญสืบตามที่นายเรืองไกร ฯ ร้องขอ







