
ฟื้นเจรจาเอฟทีเอไทย-จีน
สมคิด หารือรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจจีน เตรียมฟื้นกลไกทวิภาคีขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-จีนเชิงลึก
สมคิด หารือรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจจีน เตรียมฟื้นกลไกทวิภาคีขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-จีนเชิงลึก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 26-30 มิ.ย. 2559 โดยวันที่ 27 มิ.ย. ได้นำคณะเข้าพบหารือกับนายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ และเป็น 1 ใน 7 กรรมการประจำกรมการเมืองกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) โดยมีความเห็นสอดคล้องกันที่จะรื้อฟื้นกลไกการหารือระดับทวิภาคีไทย-จีน ที่เน้นการวางยุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างไทย-จีน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยการหารือจะเกิดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งปีนี้จีนเป็นเจ้าภาพ
“ปัจจุบันมีกลไกระดับรองนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่การขับเคลื่อนตามกลไกหลังจากนี้จะไม่ใช้แบบเดิมที่เจรจาเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าในสินค้าไม่กี่ประเภท แต่จะใช้กลไกที่เน้นยุทธศาสตร์ ที่ไทยและจีนจะทำร่วมกันได้ ซึ่งหากกลับมาเจรจาทวิภาคี จะได้ความร่วมมือในเชิงลึกมากขึ้น” นายสมคิด กล่าว
นอกจากนี้ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าไทยมีแนวทางที่จะร่วมผลักดันเศรษฐกิจในกลุ่ม CLMV ให้เติบโตไปพร้อมกันและต้องการให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
นายสมคิด กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีของจีนต้องการผลักดันให้กรอบการเจรจาความร่วมมือพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (RCEP) ให้เกิดผลเร็วที่สุดในช่วงที่เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน ซึ่งไทยพร้อมให้การสนับสนุน แต่ในครั้งนี้ได้เสนอต่อทางการจีนว่าขอให้ฟื้นการเจรจาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-จีน แบบทวิภาคีขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เจรจากันมากว่า 10 ปี เพราะไปมุ่งเจรจาในกรอบจีน-อาเซียนมากกว่า
ทั้งนี้ ในส่วนการเจรจา RCEP นั้น ทางการจีนตั้งเป้าหมายที่จะเจรจาเพื่อลดกำแพงภาษีระหว่างประเทศอาเซียนและสมาชิกอีก 6 ประเทศ ภายในสิ้นปีนี้ให้ได้ 92% ของรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าให้สูงขึ้นอีก จากปัจจุบันที่กลุ่มอาเซียนบวก 6 มีการค้าระหว่างกันราว 17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ครอบคลุมตลาดที่มีประชากร 3,300 ล้านคน
วันเดียวกัน คณะของรองนายกรัฐมนตรีไทย ได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยีของจีน เทียบได้กับเอ็มไอทีของสหรัฐ โดยได้ลงนาม Letter of Intent ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และมหาวิทยาลัยชิงหัว
นายสมคิด กล่าวว่า ได้เข้าชี้แจงแนวนโยบายเศรษฐกิจไทยให้นักธุรกิจในกลุ่มธุรกิจของ TUS-Holding ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีธุรกิจในเครือจำนวนมาก และ TUS-Holding สนใจการลงทุนในไทย โดยหลังจากนี้จะเชิญไปไทยและมอบให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดูแลในแง่ของการหาพันธมิตรทางธุรกิจและแนะนำด้านสิทธิประโยชน์ กรณีที่บริษัทตัดสินใจลงทุน
“กรณี Brexit จะยิ่งตอกย้ำว่า ต่อไปนี้จะเป็นยุคเอเชียไรซิ่งอย่างแน่นอน และหากจีนสามารถใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในกรอบของ RCEP ได้อย่างเต็มที่จะเป็นโอกาสที่จะสร้างความมั่นคงได้ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจของเอเชีย และยังจะสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจโลกได้ด้วย” นายสมคิด กล่าว







