
อสังหาฯอังกฤษป่วน คาด2ปีราคาดิ่ง10%
เจแอลแอล ชี้เศรษฐกิจ-อสังหาฯ อังกฤษป่วนหลังออกอียู คาดจะสูญเสียรายได้จากการค้า 3-10% มูลค่าอสังหาฯ ลด 10%
เจแอลแอล ชี้เศรษฐกิจ-อสังหาฯ อังกฤษป่วนหลังออกอียู คาดจะสูญเสียรายได้จากการค้า 3-10% มูลค่าอสังหาฯ ลด 10%
นายคริส ไอร์แลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจแอลแอล อังกฤษ บริษัทที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลการลงมติของประชาชนอังกฤษให้ประเทศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ได้สร้างความไม่แน่นอนและความผันผวนอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของอังกฤษเห็นได้จากค่าเงินปอนด์ที่ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 31 ปีเมื่อวันศุกร์ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีนักลงทุนต่างชาติบางส่วนที่จะอาศัยประโยชน์จากความผันผวนที่เกิดขึ้นนี้เข้าซื้ออสังหาฯ ในอังกฤษ
“การลงประชามติจะยังไม่มีผลทันทีต่อการดำเนินธุรกิจของอังกฤษไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการค้าและกฎหมายจนกว่าจะถึงปี 2561 แต่ได้ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นแล้วทั้งต่อเศรษฐกิจโดยรวมและตลาดอสังหาฯ ของประเทศ หากกระบวนการถอนตัวออกจากอียูมีการบริหารจัดการที่ดีเชื่อว่าผลกระทบจะจำกัดตัวอยู่กับเฉพาะอังกฤษ” นายไอร์แลนด์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอิสระหลายรายประเมินว่า ในระยะ 5 ปีหลังการถอนตัวออกจากอียู อังกฤษจะได้รับความสูญเสียทางการค้าและรายได้ประมาณ 3-10% แม้ว่าการถอนตัวออกจากอียูจะทำให้อังกฤษประหยัดงบประมาณและค่าใช้จ่ายลงได้ แต่คาดว่าจะไม่ช่วยอะไรมากนักเนื่องจากอังกฤษจะเสียโอกาสจากการชะลอตัวลงของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ด้าน นายอดัม แชลลิส หัวหน้าฝ่ายวิจัยธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เจแอลแอล อังกฤษ กล่าวว่า จากการที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงอย่างหนัก เปิดโอกาสระยะสั้นให้กับนักลงทุนต่างชาติสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของค่าเงินในการเข้าซื้ออสังหาฯ ในอังกฤษได้ในราคาที่ถูกลง โดยเฉพาะอสังหาฯ ประเภทที่พักอาศัยในลอนดอน ซึ่งเป็นตลาดที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก แต่นักลงทุนระยะสั้นจะต้องรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้วยเช่นกัน
สำหรับผลกระทบโดยรวมต่อตลาดอสังหาฯ ในระยะสั้น เชื่อว่าตลาดประเภทให้เช่าไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย และศูนย์การค้าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้เช่ามีแนวโน้มไม่ต้องการขยายการใช้พื้นที่ เพราะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็เชื่อว่าจะส่งกระทบต่อค่าเช่าไม่มาก เพราะอังกฤษมีอุปทานจำกัด
ขณะที่มูลค่าอสังหาฯ มีแนวโน้มปรับตัวลงในช่วง 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะลดลงได้ถึง 10% ทั้งนี้ มูลค่าอสังหาฯ ประเภทต่างๆ ในลอนดอนมีแนวโน้มผันผวนมากที่สุด เนื่องจากก่อนรู้ผลการลงประชามติ ผู้ขายมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเร่งการขายอยู่แล้ว คาดว่าจะปรับลงแรงในระยะแรกเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะปรับตัวกลับขึ้นมาได้ หลังจากตลาดหลักๆ ของอังกฤษเริ่มฟื้นตัว และมีนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้ออสังหาฯ ในอังกฤษเพิ่มขึ้นจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัว







