ก.แรงงาน เตรียมร่างแผนความปลอดภัยในที่ทำงานเป็นวาระแห่งชาติ เสนอ ครม.
กระทรวงแรงงาน เตรียมร่างแผนความปลอดภัยในที่ทำงาน เป็นวาระแห่งชาติ เข้าสู่สนอ ครม.-พร้อมจับมือ 6กระทรวงหลักปฏิบัติตาม
กระทรวงแรงงาน เตรียมร่างแผนความปลอดภัยในที่ทำงาน เป็นวาระแห่งชาติ เข้าสู่สนอ ครม.-พร้อมจับมือ 6กระทรวงหลักปฏิบัติตาม
วันที่ 28มิ.ย. ที่กระทรวงแรงงาน ในการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่มี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงเรื่องการสร้างจิตสำนึกในเรื่องความปลอดภัยในกสารทำงานว่า คาดหวังให้ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญในการสร้างติตสำนึกในเรื่องนี้ รวมทั้งเร่งดำเนินการตามมาตรการโดยเร็ว เนื่องจากประเทศในแถบยุโรปมีการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย จนเป็นระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนประจำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องไปถึงจุดนั้นให้ได้
ขณะที่ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในเรื่องการขับเคลื่อนความปลอดภัยในภาพรวมของประเทศ โดยจะมีการจับมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในงานด้านความปลอดภัยเพื่อร่วมลงนามความร่วมมือในเบื้องต้นมีอยู่ 6 กระทรวง คือ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการนั้นกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) จะนำเรื่องความปลอดภัย หรือ Safety Thailand เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. เพื่อพิจารณากำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติและส่งเสริมทศวรรษแห่งความปลอดภัยในระยะที่ 2 โดยเรียนเชิญ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานและสักขีพยาน ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กำลังจัดทำร่างหลักสูตรเพื่ออบรมด้านความปลอดภัยให้แก่ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะ เพื่อให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการให้บริการ จึงขอเชิญชวนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมรณรงค์เรื่องความปลอดภัยไปพร้อมกันเพื่อเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากทุกองค์กรมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มข้นอยู่แล้วตามความแตกต่างของลักษณะงานแต่ละแห่ง
ด้าน น.ส.พรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริการสาธารณะ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญและความห่วงใยถึงความปลอดภัยแก่ประชาชนที่ใช้บริการสาธารณะ ซึ่งหลายครั้งส่งผลต่อนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ ประกอบกับที่ผ่านมาประเทศไทย โดยกระทรวงแรงงานได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 187 ว่าด้วยกรอบเชิงส่งเสริมการดำเนินงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ค.ศ. 2006 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยได้ยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยสู่ระดับสากล ทั้งนี้ปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 64 แห่ง ที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
ภาพประกอบข่าว







