
มะกลัวลูกโง่?
...สันทัด กรณี
ปัญหาพฤติกรรมและคุณภาพนิสิตนักศึกษาไทย มีการถกเถียงกันมาหลายปี และหลายวงสนทนา
จำนวนไม่น้อยมีการเปรียบเทียบกับ นิสิตนักศึกษาในอดีต ต่อเนื่องถึงช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน ที่ใครก็ตามหากศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยจะได้รับการยกย่องจากสังคมว่าเป็น
“ปัญญาชน”ช่วงชีวิตหนุ่มสาวของยุคโน้น ต่างจากยุคปัจจุบันหรือนิสิตนักศึกษาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องจิตสาธารณะ แม้กระทั่งการศึกษาติดตามตรวจสอบการบริหารประเทศ เรียนรู้สังคมนอกสถาบัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นบัณฑิตอย่างเต็มตัวที่พร้อมเผชิญกับโลกกว้าง
ประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทยจะเห็นได้ว่าหลายเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกิดขึ้นภายในรั้วสถาบันการศึกษาดังที่ประจักษ์กันอยู่
ย้อนกลับมาดูนักศึกษาในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไงล่ะ
เฮ้อ...อะเฮ้อ...เฮ้อๆๆๆ...คงไม่ต้องพูดมั้ง ชิมิ
วงสนทนาเชิงเปรียบเทียบ...มีถกกันไปเถียงกันมาว่า ทำไมเด็กรุ่นหลังๆ ถึงมีปัญหาในเชิงคุณภาพสูงมากต่างจากอดีต มีการแตกประเด็นออกไปมากมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ครอบครัว สิ่งล่อใจ เทคโนโลยี...ฯลฯ
ครับ...แต่มีบทสรุปที่สะใจ ช่ายเลย อยู่หนึ่ง!
นักศึกษาสมัยนี้...มีปัญหาเพราะ...นักศึกษายุคก่อน
หนึ่ง นักศึกษายุคก่อนเป็นพ่อแม่นักศึกษายุคนี้
หนึ่ง นักศึกษายุคก่อนคือเจ้าของธุรกิจประโลมโลก
หนึ่ง นักศึกษายุคก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจบันเทิงผู้ให้กำเนิดวัฒนธรรมใหม่ และสร้างทัศนคติกลวงๆ ในหมู่วัยรุ่นปัจจุบัน
หนึ่ง นักศึกษายุคก่อนเป็นผู้กำหนดนโยบายทางการศึกษา รวมทั้งเป็นผู้บริหารจัดการด้านการศึกษาให้กับนักศึกษาสมัยนี้ทั้งนั้น
สรุปภาษาจิ๊กโก๋ก้นซอย คือ ปัญหาที่มีมาก็ล้วนแต่บรรดา
“คุณเอ็ง” นั่นแหละ อย่าโทษเด็ก...เลย...(โว้ย)ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังมีอีกเยอะ แต่เอาแค่นี้ก่อน...คริ คริ
ครับ...วันนี้ก็มีอีกหนึ่งตัวอย่างเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตยสมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่แหละ
คุณ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ. ท่านออกหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ส่งหนังสือเวียนถึงอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อปิดกั้นเสรีภาพของวัยรุ่นในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
เนื้อหาโดยสรุป...ดังนี้...
...ใคร่ขอความร่วมมือควบคุม สอดส่องดูแลการจัดแสดงละครเวที การจัดกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาให้มีความเป็นกลางทางการเมือง
ที่ต้องขอความร่วมมือ เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนว่ากิจกรรมเหล่านี้มีลักษณะบิดเบือนสถานการณ์ทางการเมือง เป็นการปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความแตกแยก และอาจสร้างความไม่สงบภายในประเทศได้...
ครับ...ประมวลความรวบยอดของหนังสือฉบับนั้น ซึ่งผมค่อนข้างจะมั่นใจว่า คุณ ดร.สุเมธ คงไม่ได้คิดออกคำสั่งนี้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นถึงดอกเตอร์ (เกี่ยวกันปล่าวหว่า) แต่เป็นเพราะ แรงกดดันจากนักการเมือง เป็นใคร เดากันเถอะครับ (เด๋วก็ถูกเองแหละ อิ อิ)
เฮ้อ! ไม่กลัวลูกตัวเองโง่ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ
แต่ลูกชาวบ้านเขาอยากโง่ด้วย...ซะเมื่อไหร่! อิ อิ







